<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345</id><updated>2009-12-08T16:27:55.451-08:00</updated><title type='text'>emo_yumi</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default?orderby=updated'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25&amp;orderby=updated'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>53</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-1123918375113434411</id><published>2008-09-10T20:11:00.000-07:00</published><updated>2008-09-10T22:32:40.329-07:00</updated><title type='text'>คู่มือการทำบล็อกของ   www.blogspot.com</title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;บทนำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เว็บบล็อก คืออะไร ?&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;บล็อก คืออะไร &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;br /&gt;บล็อกเป็นไดอารีส่วนบุคคล ห้องฟังเทศน์ พื้นที่สำหรับความร่วมมือ เวทีแสดงออกทางการเมือง ห้องกระจายข่าว การเก็บรวบรวมลิงก์ ความคิดส่วนตัวของคุณ บันทึกสำหรับคนทั่วโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บล็อกของคุณจะเป็นอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ เรามีบล็อกนับล้าน ทุกรูปแบบและทุกขนาด และไม่มีกฎตายตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล่าวง่ายๆ บล็อกก็คือเว็บไซต์ ซึ่งคุณสามารถเขียนเรื่องต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง เรื่องใหม่จะปรากฏด้านบนสุด เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสามารถอ่านสิ่งที่มาใหม่ จากนั้นจะสามารถแสดงความคิดเห็นหรือสร้างลิงก์ หรือส่งอีเมลถึงคุณ หรือไม่ทำอะไรเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับตั้งแต่ Blogger เปิดตัวในปี ค.ศ. 1999 บล็อกก็ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของเว็บ สร้างผลกระทบต่อการเมือง เขย่าวงการสื่อสารมวลชน และทำให้คนนับล้านได้แสดงออกและติดต่อกับบุคคลอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.blogger.com/tour_end.g"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;เริ่มต้น&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;วิธีที่ทำให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนบล็อกได้รวดเร็วที่สุดคือ ลองเขียนบล็อกด้วยตัวคุณเอง เราได้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้การเขียนบล็อกเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ เพียงคลิกลิงก์ด้านล่าง คุณก็จะเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนเว็บและสื่อเป็นกิจกรรมการมีส่วนร่วม ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที เราไม่ได้ล้อเล่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ใครจะรู้ คุณอาจจะสนุกก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และอย่าลืม: Blogger ให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และถ้าคุณประสบปัญหา เพียงคลิกปุ่มความช่วยเหลือจากหน้าจอใดก็ได้ และคุณจะพบคำตอบที่คุณต้องการหา หรือกระทั่งยังสามารถถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนของเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;เผยแพร่ ความคิดของคุณ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.blogger.com/tour_pub.g"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;บล็อกเป็นกระบอกเสียงของคุณเองในเว็บ และเป็นพื้นที่สำหรับเก็บและแลกเปลี่ยนสิ่งที่คุณสนใจ — ไม่ว่าจะเป็นความเห็นเกี่ยวกับการเมือง ไดอารีส่วนบุคคล หรือลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่คุณต้องการจดจำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.blogger.com/img/tour/tourscreen_pub.png"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;img style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand" alt="" src="http://www.blogger.com/img/tour/tourscreen_pub.png" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;br /&gt;ผู้คนจำนวนมากใช้บล็อกเพื่อจัดระเบียบความคิดของตัวเอง ในขณะที่บางคนมีผู้ฟังนับพันที่มีอิทธิพลจากทั่วโลก นักสื่อสารมวลชนมืออาชีพและสมัครเล่นใช้บล็อกเพื่อเผยแพร่ข่าว ส่วนนักเขียนบันทึกส่วนบุคคลใช้บล็อกเพื่อแสดงความคิดของตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าคุณอยากจะบอกอะไร Blogger ช่วยคุณพูดสิ่งนั้นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.blogger.com/tour_con.g"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;ชักชวน เพื่อนเข้าร่วม&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;Blogging ไม่ใช่แค่การแสดงความคิดของคุณบนเว็บเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการติดต่อและรับฟังบุคคลอื่นที่อ่านผลงานของคุณและใส่ใจที่จะตอบสนอง เมื่อใช้ Blogger คุณจะสามารถควบคุมว่าใครสามารถอ่านและเขียนในบล็อกของคุณ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทหรือคนทั้งโลก!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดเห็นของ Blogger ให้ทุกคนจากทุกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความของคุณ คุณสามารถเลือกว่าจะยอมให้มีความคิดเห็นสำหรับแต่ละบทความหรือไม่ และคุณสามารถลบความคิดเห็นใดก็ตามที่คุณไม่ชอบได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การควบคุมการเข้าถึง ช่วยให้คุณสามารถเลือกว่าผู้ใช้คนใดสามารถอ่านหรือเขียนข้อมูลในบล็อกของคุณ คุณสามารถใช้บล็อกของกลุ่มที่มีผู้เขียนหลายคนเป็นเครื่องมือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสำหรับทีมขนาดเล็ก ครอบครัว และกลุ่มอื่นๆ หรือในฐานะผู้เขียน คุณสามารถสร้างพื้นที่ออนไลน์ส่วนบุคคลสำหรับการเก็บรวบรวมข่าวและความคิดต่างๆ เพื่อเก็บไว้เอง หรือแลกเปลี่ยนกับผู้อ่านได้มากตามที่คุณต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลส่วนตัวใน Blogger ช่วยให้คุณสามารถค้นหาบุคคลและบล็อกที่มีความสนใจร่วมกับคุณได้ ข้อมูลส่วนตัว Blogger ของคุณ ซึ่งเป็นที่ที่คุณแสดงบล็อก ความสนใจ และอื่นๆ จะช่วยให้บุคคลอื่นหาคุณพบ (เฉพาะในกรณีที่คุณยินยอมให้ค้นหาได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.blogger.com/tour_des.g"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;ออกแบบ บล็อกของคุณ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นบล็อกของคุณ หรือคิดว่าได้เวลาเปลี่ยนโฉมหน้าของบล็อกที่มีอยู่แล้ว เครื่องมือแก้ไขที่ใช้งานง่ายของ Blogger จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบหน้าเว็บที่มีรูปลักษณ์น่าสนใจได้อย่างง่ายดาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่แบบ — แม่แบบที่เรามีจะช่วยให้คุณเริ่มต้นด้วยไซต์ที่น่าสนใจได้ทันที โดยไม่ต้องเรียนรู้ HTML แม้ว่า Blogger จะยอมให้คุณแก้ไขรหัส HTML ของบล็อกเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สีและแบบอักษรที่กำหนดเอง — เมื่อคุณพร้อมที่จะดำเนินการในขั้นถัดไป คุณสามารถตั้งค่าแม่แบบเพิ่มเติม เพื่อสร้างการออกแบบที่สะท้อนถึงตัวคุณและบล็อกของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลากและวางองค์ประกอบของหน้า — ระบบลากและวางที่แสนสะดวกของ Blogger ช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจว่าจะให้บทความ ข้อมูลส่วนตัว คลังบทความ และส่วนอื่นๆ ของบล็อกอยู่ที่ใดในหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;ส่ง รูป&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;บางครั้งคุณเพียงอยากแสดงรูปภาพ ในอินเทอร์เฟซของ Blogger มีปุ่มสำหรับการอัพโหลดรูปภาพ เพียงคุณคลิกปุ่มรูปภาพเพื่ออัพโหลดภาพถ่ายจากคอมพิวเตอร์ของคุณ ถ้าภาพถ่ายที่คุณต้องการวางในบล็อกนั้นอยู่ในเว็บอยู่แล้วก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยบอกเราว่าภาพนั้นอยู่ที่ใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสามารถส่งภาพถ่ายจากกล้องโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังบล็อกของคุณโดยตรง ขณะที่คุณกำลังเดินทาง ด้วย Blogger Mobile&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;ใช้ ระบบเคลื่อนที่&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;Blogger Mobile ช่วยให้คุณสามารถส่งภาพถ่ายและข้อความไปยังบล็อกของคุณโดยตรงในขณะที่เดินทาง คุณแค่ส่งข้อความถึง go@blogger.com จากโทรศัพท์ โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้ Blogger เพียงแค่ข้อความนั้น คุณก็สามารถสร้างบล็อกใหม่และแสดงภาพถ่ายหรือข้อความที่คุณส่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนี้ ถ้าคุณต้องการอ้างสิทธิ์บล็อกระบบเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนบทความของคุณเป็นบล็อกอื่น เพียงเข้าสู่ go.blogger.com และใช้รหัสการอ้างสิทธิ์ของ Blogger ที่ส่งถึงโทรศัพท์ของคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราสนับสนุนผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก ถ้าผู้ให้บริการของคุณไม่สามารถใช้ Blogger Mobile คุณสามารถส่งบล็อกของคุณโดยใช้ Mail-to-Blogger&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;----------------------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;เมื่อเราทราบกันแล้วว่า www.blogspot.com คืออะรัย มีประโยชน์อย่างไรบ้าง&lt;br /&gt;และเรา วิธีการทำบล็อกมาฝากน่ะ ว่าทำอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มจากอับดับแรกเลย เราต้องเข้าเว็บไซด์ของ www.gmail.com ก่อนน่ะค่ะ (สงสัยอ่ะดิ...ว่าเข้าไปทำไม)&lt;br /&gt;ก็จะทำบล็อกของ www.blogsop.com ได้เนี่ย ต้องมีอีเมล์ของ.....www.gmail.com ก่อนน่ะค่ะ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;***คลิกเข้าไปที่เวบไซด์ &lt;a href="http://www.gmail.com/"&gt;http://www.gmail.com/&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;***คลิกที่สมัครเข้าใช้งานที่ gmail&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;จากนั้นเราก็จะมาสร้างสร้างบัญชี&lt;br /&gt;โดยกรอกรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวเรา เมื่อกรอกเสร็ดแล้ว &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;div&gt;***ให้คลิกที่ ฉันยอมรับโปรดสร้างบัญชีของฉัน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;***ให้คลิกที่ &lt;a href="http://mail.google.com/gmail"&gt;ฉันพร้อมแล้ว นำฉันไปยังบัญชี&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็ตรวจสอบดู ว่ารายชื่อของเรามีอีเมล์หรือป่าว ถ้ามีแล้วก็ออกจากระบบได้เลยน่ะค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;หลังจานั้นเราก็มาเริ่มสมัครสมาชิกของเว็บไซด์ &lt;a href="http://www.blogspot.com/"&gt;http://www.blogspot.com/&lt;/a&gt; กันน่ะค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;โดยเราคลิกเข้าไปที่เว็บของ &lt;a href="http://www.blogspot.com/"&gt;http://www.blogspot.com/&lt;/a&gt; แล้วก็&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;***ไปคลิกที่ &lt;a onclick="return false;" tabindex="0" href="https://www.blogger.com/signup.g"&gt;สร้างบล็อกของคุณทันที&lt;/a&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ไปสร้างบัญชีโดยการกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเราน่ะค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;***ไปที่ ข้าพเจ้ายอมรับ&lt;a onclick="window.open(this.href,'',                           'width=770,height=500,top=80,left=20,toolbar=no,                           scrollbars=yes,menubar=no,location=no,status=yes,                           resizable=yes');return false;" href="https://www.blogger.com/terms.g" target="new"&gt;ข้อตกลงการใช้บริการ&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;***คลิกที่ ดำเนินการต่อ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ตั้งชื่อเว็บบล็อกของท่าน จากนั้นก็จะต้องตั้งชี่อบล็อก ซึ่งจะเปนชื่อของบล็อกเรา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;เมื่อเราตั้งชื่อเสร็ดแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;***คลิกที่ดำเนินการต่อ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แล้วก็เลือธีมแม่แบบที่จะเปนบล็อกของเรา เมื่อเลือกเสร็ดแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;***คลิกที่ดำเนินการต่อ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;จากนั้นทางเว็บ &lt;a href="http://www.blogspot.com/"&gt;http://www.blogspot.com/&lt;/a&gt; ก็จะมีข้อความบอก&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;บล็อก ของคุณถูกสร้างขึ้นแล้ว&lt;br /&gt;เราได้สร้างบล็อกให้กับคุณแล้ว คุณสามารถเพิ่มบทความใหม่ในบล็อก สร้างข้อมูลส่วนตัว หรือตั้งค่ารูปลักษณ์ของบล็อก&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;และเราก็สร้างบทควมของเราได้เลยค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;โดยการสร้างบทความของเรา สามารถสร้างได้ง่าย ๆ น่ะค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;***โดยคลิกที่ บทความใหม่ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;โดยจะเริ่มเขียนจากชื่อเรื่อง&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;***ชื่อเรื่อง &lt;input class="text" id="f-title" dir="ltr" onkeyup="setPreviewTitle(getTitle());" tabindex="1" maxlength="150" size="48" name="title"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แล้วก็เริ่มเขียนเน้อหาในกล่องข้อความน่ะค่ะ (หรือว่าจะหาข้อมูล แล้ว Copy มาวางก็ได้น่ะค่ะ)&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.blogger.com/img/gl.photo.gif"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 41px; CURSOR: hand; HEIGHT: 37px" height="137" alt="" src="http://www.blogger.com/img/gl.photo.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;คลิกตรงนี้น่ะ ถ้าอยากใส่รูปประกอบ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.blogger.com/img/gl.color.fg.gif"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 33px; CURSOR: hand; HEIGHT: 31px" height="181" alt="" src="http://www.blogger.com/img/gl.color.fg.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; สีข้อความน่ะค่ะ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.blogger.com/img/gl.bold.gif"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 30px; CURSOR: hand; HEIGHT: 25px" height="99" alt="" src="http://www.blogger.com/img/gl.bold.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ตัวหนา น่ะค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.blogger.com/img/gl.clean.gif"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 41px; CURSOR: hand; HEIGHT: 24px" height="142" alt="" src="http://www.blogger.com/img/gl.clean.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;ลบการจัดรูปแบบจากส่วนที่เลือกน่ะค่ะ&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;แต่ถ้าเพื่อน ๆ  ต้องการที่จะโหลดวิดีโอ....ก็คลิกที่   เพิ่มวีดีโอ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;แล้วก็โหลดไฟล์  ที่เพื่อน ๆ ต้องการ  จากนั้นก็  คลิก บันทึก  น่ะค่ะ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;     เมื่อเขียนข้อความเสร็ดแล้วอย่าลืมคลิก    บันทึกเป็นฉบับร่าง   น่ะค่ะ   (เวลาแก้ไขข้อความจะทำได้ง่าย)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เมื่อต้องการจะเผยแพร่บทความ   ก็คลิกที่    เผยแพร่บทความ   น่ะค่ะ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เมื่อต้องการจะดูบล็อกดของเรา   ก็คลิกที่    ดูบล็อก  น่ะค่ะ  แล้วก็ดูบล็อกของเราได้เลยน่ะค่ะ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;---------------------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-1123918375113434411?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/1123918375113434411/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=1123918375113434411' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/1123918375113434411'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/1123918375113434411'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/blog-post_10.html' title='คู่มือการทำบล็อกของ   www.blogspot.com'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-6812395758846480885</id><published>2008-09-09T01:29:00.000-07:00</published><updated>2008-09-09T01:36:45.911-07:00</updated><title type='text'>"กูเกิ้ล" เปิดตัว "โครม" ทางเลือกใหม่...ของนักท่องเว็บ!</title><content type='html'>"กูเกิ้ล" เปิดตัว "โครม" ทางเลือกใหม่...ของนักท่องเว็บ!   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปิดตัวให้ดาวน์โหลดมาใช้งานกันเรียบร้อยแล้วผ่านเว็บไซต์ http://www.google.com/chrome เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นั่นคือ "โครม" (Chrome) โปรแกรมเบราเซอร์ หรือ โปรแกรมท่องเว็บไซต์น้องใหม่ล่าสุดในวงการไอที พัฒนาโดยค่าย "กูเกิ้ล" ยักษ์ใหญ่ธุรกิจเว็บไซต์สืบค้นข้อมูลระดับโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายมั่นปั้นมือส่งมาชิงส่วนแบ่งการตลาดจากเบราเซอร์ดังๆ เช่น "ไออี" "ไฟล์ฟ็อกซ์" และ "แม็กซ์ทอน" โดยเฉพาะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสมบัติพื้นฐานของ "โครม" เรียกได้ว่าใช้กลยุทธ์ "จับฉ่าย" ดึงเอาคุณสมบัติพื้นฐานของเบราเซอร์เจ้าอื่นๆ มาจับยัดเข้าไว้ด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อาศัยปรับปรุง-ต่อยอดประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น ประมวลผลเร็วยิ่งขึ้นภายใต้ระบบจาวาสคริปต์ "V8" ซึ่งทีมงานกูเกิ้ลคิดค้นขึ้นมาเอง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMY0szzJ_bI/AAAAAAAAAF0/ImO1-5eDgOY/s1600-h/111.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMY0szzJ_bI/AAAAAAAAAF0/ImO1-5eDgOY/s320/111.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5243936760543182258" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบการทำงานเด่นๆ ของ "โครม" ประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.เวลาดาวน์โหลดโปรแกรมลงเครื่องเร็วมาก ใช้เวลาไม่ถึงนาที ขนาดไฟล์ราว 7 MB&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.เลือกใช้งานในระบบภาษาไทยได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3."อินเตอร์เฟซ" หรือ หน้าตาโปรแกรมเรียบง่าย เข้าใจง่ายตามแนวทางเดียวกับเว็บกูเกิ้ล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.การโหลดหน้าเว็บไซต์เร็วกว่าเบราเซอร์ทั่วไปจริงตามคำโฆษณา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.มีระบบป้องกัน "แบนเนอร์โฆษณา" ที่ชอบโผล่ขึ้นมา ท่องเว็บ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.ใช้ "address bar" หรือแถบที่อยู่อินเตอร์เน็ต เป็นช่องกรอกคำที่ต้องการค้นหาลงไปได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.ในส่วนของ "แท็บย่อย" บนหน้าเว็บเพจ เพิ่มลูกเล่นใหม่เข้าไป เช่น เมื่อเปิดแท็บจะแสดงภาพเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เคยเปิดบ่อยที่สุดเอาไว้ให้ 9 เว็บ และยังแยกแท็บออกมาเป็น "หน้าต่างใหม่" ได้ด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMY1PBjbi_I/AAAAAAAAAF8/2zqnpd0BO7c/s1600-h/222.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMY1PBjbi_I/AAAAAAAAAF8/2zqnpd0BO7c/s320/222.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5243937348350872562" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ส่วนจุดขายใหม่นอกจากเรื่องแท็บแล้ว "โครม" ยังมีระบบการแสดงผลข้อมูลทางเทคนิคของการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ เช่น กินหน่วยความจำไปเท่าไหร่ เป็นฟังก์ชั่นเอาใจกลุ่มนักท่องเน็ตกลุ่มที่ชอบอะไร "ล้ำๆ" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนการดาวน์โหลดไฟล์ลงมายังเครื่องคอมพิว เตอร์นั้น "โครม" จะแสดงผลผ่านแท็บข้างล่างคล้ายๆ กับ "ไฟล์ฟ็อกซ์" แต่จะทำหน้าที่โหลดข้อมูลเข้ามาเก็บไว้ก่อนโดยอัตโนมัติ จากนั้นผู้ใช้ค่อยเข้ามาจัดระเบียบทีหลังว่าจะเอาไฟล์ไปเก็บไว้ตรงไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทีเด็ดจริงๆ น่าจะอยู่ที่ "Incognito mode-โหมดท่องเว็บไซต์โดยไม่เปิดเผยตัวตน" ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของนักเล่นเน็ตได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยเมื่อเลือกใช้งานโหมดนี้จะไม่มีการบันทึกร่องรอย "ประวัติการท่องเว็บ" เอาไว้เด็ดขาด ขณะนี้ "โครม" อยู่ในขั้น "เบต้า" หรือขั้นทดลองใช้และรอการปรับปรุง จะโดนใจมากน้อยแค่ไหน ทดสอบกันได้ฟรีตามสะดวก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มาจากหนังสือพิมพ์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย..ยูมิคร้าฟ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-6812395758846480885?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/6812395758846480885/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=6812395758846480885' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/6812395758846480885'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/6812395758846480885'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/blog-post_09.html' title='&quot;กูเกิ้ล&quot; เปิดตัว &quot;โครม&quot; ทางเลือกใหม่...ของนักท่องเว็บ!'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMY0szzJ_bI/AAAAAAAAAF0/ImO1-5eDgOY/s72-c/111.jpg' height='72' width='72'/><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-7599837184073947668</id><published>2008-09-07T19:17:00.000-07:00</published><updated>2008-09-07T22:36:55.729-07:00</updated><title type='text'>อินเตอร์เน็ต...คืออะไร</title><content type='html'>อินเตอร์เน็ตคืออะไร? &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . อินเตอร์เน็ต (internet) คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ ที่เชื่อมต่อกัน ทั่วโลก โดยมีมาตรฐานการรับส่งข้อมูล ระหว่างกัน เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง สามารถรับส่งข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตัวอักษร, ภาพและเสียงได้ รวมทั้งสามารถ ค้นหาข้อมูลจากที่ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . จะเห็นได้ว่า อินเตอร์เน็ตประกอบด้วย องค์ประกอบ 2 ส่วน หนึ่งคือ เครือข่าย ที่เชื่อมคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน และส่วนที่สอง คือ ข้อมูล ที่คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง เก็บเอาไว้ พร้อมกับมีความสามารถ ที่ช่วยให้เราค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ ในเวลาอันสั้น อินเตอร์เน็ต จึงมีประโยชน์ สำหรับยุคสังคมข่าวสาร เช่นในปัจจุบันอย่างมาก เนื่องจาก ถ้าขาด สิ่งใดสิ่งหนึ่งไป อินเตอร์เน็ตก็แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย อย่างเช่น ถ้าเรามีแต่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพียงอย่างเดียว แต่ขาดข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ หรือไม่สามารถค้นหาข้อมูล ที่ต้องการ จากเครือข่ายนั้นได้ เราก็ยังคง ไม่ได้อะไร จากเครือข่ายนั้น หรือในทางกลับกัน ถ้าเรามี ข้อมูลมหาศาล แต่มีข้อมูลไม่กี่เครื่องเท่านั้น ที่สามารถ เรียกใช้งาน ข้อมูลนั้นได้ เพราะขาด ระบบเครือข่ายที่ดี ข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่ ก่อประโยชน์ให้เราเท่าที่ควร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . สิ่งสำคัญอีกอันหนึ่งที่ควรกล่าวถึง ก็คือ อินเตอร์เน็ตมีมาตรฐาน การรับส่ง ข้อมูล ที่ชัดเจน และเป็นหนึ่งเดียว ทำให้การเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์ คนละชนิด, คนละแบบ เป็นไปได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น เมนเฟรมคอมพิวเตอร์, มินิคอมพิวเตอร์, คอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคลชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพีซี, แมคอินทอช หรือเครื่องแบบใด ๆ ก็ตาม ซึ่งโดย ทั่วไปแล้ว คอมพิวเตอร์ที่ประกอบกันเข้าเป็นเครือข่ายหลัก ของอินเตอร์เน็ต มักจะเป็น เครือข่ายของมินิคอมพิวเตอร์ หรือระบบเครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Network หรือ LAN) และเครือข่ายของเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ บางคนจึงเรียกอินเตอร์เน็ตว่าเป็น "เครือข่ายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์" (Network of Networks) ส่วนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทั้งหลายนั้น มักจะ ไม่ได้ต่ออยู่กับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา เพียงแต่เชื่อมต่อเข้าไปเป็น ครั้งคราว ตามต้องการใช้งานเท่านั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . อย่างไรก็ตาม ความหมายที่แท้จริงของอินเตอร์เน็ต คงกว้างขวางเกินกว่า ที่กล่าว ข้างต้นมากนัก เนื่องจากอินเตอร์เน็ตมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีการ ปรับปรุงอยู่ ตลอดเวลา ตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ทั้งยังขึ้นอยู่กับ มุมมองของแต่ละคน ที่เป็นผู้ใช้ อินเตอร์เน็ตอีกด้วย ผู้ใช้บางคน อาจมองว่าเป็น แหล่งข้อมูลบันเทิงมหาศาลในเรื่องต่าง ๆ เช่น รายการภาพยนตร์, การเลือกซื้อสินค้า, โปรแกรมการท่องเที่ยวต่าง ๆ ฯลฯ บางคนอาจมองว่าเป็น ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ที่ไม่มีวันปิด ของทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะ เป็นทางด้านศิลปะ, วิทยาศาสตร์, กฎหมาย, สังคม และอื่น ๆ และบางคนอาจ มองว่า อินเตอร์เน็ต เป็นเครือข่ายที่ให้ เข้าไปใช้งาน คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น จากระยะไกลได้ พร้อมกับรับส่งข้อความ กับผู้อื่น ผ่านที่จอหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail ฯลฯ ความหมายเหล่านี้ ไม่มีใครผิด เพียงแต่เป็นมุมมอง เฉพาะบางด้าน ของอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่จากคำตอบที่ว่า อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่รับส่งข้อมูล ได้หลายรูปแบบ และมี ความสามารถที่ช่วยในการค้นหาข้อมูลได้ ในเวลาอันรวดเร็วนี้ คงพอที่จะมองเห็น ภาพของอินเตอร์เน็ตได้กว้างขึ้น สำหรับบริการด้านต่าง ๆ ที่มีในอินเตอร์เน็ตนั้น จะกล่าวรายละเอียด ของแต่ละบริการในตอนต่อ ๆ ไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;                                 ทำไมต้องอินเตอร์เน็ต ? &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  . . . . ในสังคมยุคข่าวสารข้อมูลดังเช่นทุกวันนี้ การสื่อสารรูปแบบต่าง ๆ ถูกพัฒนาขึ้น ให้คนเราสื่อสารถึงกันง่ายที่สุดและสะดวกที่สุด การสื่อสารถึงกันด้วยคำพูด ผ่านทางโทรศัพท์ เช่นในอดีต ย่อมไม่เพียงพออีกต่อไป เราต้องการมากกว่านั้น เช่น ภาพ, เสียงและข้อความที่เป็นตัวอักษร รวมทั้งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งอินเตอร์เน็ต เข้ามาตอบสนองเราได้ ในจุดนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เราสามารถติดต่อกับเพื่อน ของเรา ในสหรัฐอเมริกา ผ่านอิเล็กทรอนิกส์เมล์, ข้ามไปค้นหาข้อมูลที่ยุโรป แล้วก๊อปปี้ไฟล์ ไปที่ออสเตรเลีย ได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือที่ทำงานเรา โดยใช้เวลาทั้งหมด เพียงไม่กี่นาที ความสะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายของการใช้งาน ก็นับว่าถูกกว่าที่อื่น เมื่อเทียบกับการติดต่อ ทางโทรศัพท์, การส่งโทรสาร และการส่งข้อมูล ผ่านโมเด็มโดยตรง กับปลายทางแล้ว การใช้งานผ่านทางอินเตอร์เน็ต มีค่าใช่จ่ายถูกกว่าหลายเท่า นี่เป็นเหตุผลหลักที่ว่า ทำไม่เราต้องใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งนับเป็นการปฏิวัติ สังคม ข่าวสาร ครั้งใหญ่ที่สุด ในยุคของเรา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . การสื่อสารผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้น มีความคล่องตัวเช่นเดียวกับ การใช้โทรสาร คือ ถ้ามีบริการโทรศัพท์เข้าไปถึง เราก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์ กับโมเด็ม ติดต่อเข้ากับ เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ได้เสมอ อย่างไรก็ตาม ถ้าเราเปรียบเทียบการใช้งาน อินเตอร์เน็ต กับการบริการต่าง ๆ ในประเทศ เช่น โทรสาร, การส่งข้อมูลผ่านทางโมเด็ม อินเตอร์เน็ต อาจไม่เหมาะ หรืออาจมีค่าใช้จ่ายไม่ถูกกว่าบริการเหล่านั้น แต่ถ้ามองถึงความสามารถ ที่เพิ่มขึ้น ในแง่การติดต่อสื่อสารข้อมูลหลายรูปแบบเช่น ตัวอักษร , ภาพ และข้อมูล คอมพิวเตอร์ รวมทั้งการติดต่อ ไปยังเครือข่ายในต่างประเทศแล้ว การใช้บริการผ่าน อินเตอร์เน็ต จะมีข้อได้เปรียบมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด และมีราคาสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                               จุดเริ่มต้นของอินเตอร์เน็ต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . ย้อนหลังไปในปี พ.ศ. 2512 กระทรวงกลาโหมของประเทศสหรัฐ อเมริกา ได้พัฒนา เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขึ้นมา เพื่อใช้ในทางทหารระบบหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติ แตกต่างจากระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วไป คือสามารถรับส่งข้อมูล ระหว่างเครื่อง คอมพิวเตอร์ได้อย่างไม่พลาด แม้ว่าคอมพิวเตอร์บางเครื่อง หรือสายรับส่งข้อมูลบางส่วน จะเสียหายหรือถูกทำลายไปก็ตาม ระบบเครือข่ายนี้ มีชื่อเรียกว่า ARPANET (Advanced Research Projects Agency Network) ซึ่งคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมโยงกันด้วย สายส่งข้อมูล ที่แยกออกเป็นหลายเส้นทาง ประสานกันเหมือนร่างแห &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . เมื่อคอมพิวเตอร์ เครื่องหนึ่ง ต้องการส่งข้อมูลไปให้อีกเครื่องหนึ่งใน ARPANET มันจะแบ่งข้อมูลออก เป็นส่วนย่อย ๆ แล้วทยอยส่งไปตามที่กำหนด โดยแต่ละชิ้นย่อยๆ นี้อาจไปคนละทางกัน แต่จะไปคนละทางกัน แต่จะไป รวมกันที่ปลายทางตามลำดับ ที่ถูกต้องตามเดิมได้ แต่ถ้าหากว่าในระหว่างทาง ข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่ง (packet) เกิดสูญหายหรือผิดพลาด อันเนื่องมาจาก สัญญาณรบกวนก็ดี หรือสายส่งข้อมูล และเครื่องมือคอมพิวเตอร์ ที่อยู่กลางทางเสียหาย หรือถูกทำลายก็ดี เครื่องคอมพิวเตอร์ ปลายทาง จะส่งสัญญาณกลับมาแจ้งให้คอมพิวเตอร์ต้นทางรับรู้ และจัดการส่งข้อมูล เฉพาะส่วนที่ขาดไปให้ใหม่โดยใช้เส้นทางอื่นแทน ด้วยวิธีนี้เราสามารถมั่นใจ ได้ว่า ข้อมูลที่ส่งออกไปจะถึงปลายทาง อย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีบางส่วนของ เครือข่าย เกิดความเสียหายก็ตาม และเฉพาะข้อมูลส่วนที่เสียหายเท่านั้น ที่จะต้องส่งใหม่ ไม่ใช่ส่งใหม่ทั้งหมด ดังนั้น คอมพิวเตอร์เครือข่ายของ ARPANET จะสามารถรับส่ง ข้อมูลไปยังปลายทาง โดยใช้สายส่งข้อมูลเท่าที่เหลืออยู่ได้ และเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด ในขณะนั้น ให้พร้อมกับมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง การรับส่งข้อมูลได้ตลอดเวลา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . ก้าวแรก ของ ARPANET ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์เพียง 4 เครื่อง คือ คอมพิวเตอร์ของ มหาวิทยาลัยยูทาห์, มหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย ที่ ซานตาบาบารา, มหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย ที่ลอสแองเจลิส และสถาบันวิจัย ของมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด เมื่อมีการทดลองใช้งาน ARPANET จนได้ผล ที่น่าพอใจแล้ว กระทรวงกลาโหมของสหรัฐ ก็ได้ขยายเครือข่าย ARPENET ออกไป โดยเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยอื่น ๆ รวม 50 แห่งในปี พ.ศ. 2515 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . เครือข่ายของ ARPANET ในขณะนั้น ใช้งานเพื่อ การค้นคว้า และวิจัยทางทหาร เป็นส่วนใหญ่ โดยคอมพิวเตอร์ ที่ต่อเข้า กับเครือข่ายของ ARPANET จะมีมาตรฐาน การรับส่งข้อมูลอันเดียวกัน เรียกว่า Network Control Protrol (NCP) เป็นส่วนควบคุม การรับส่งข้อมูล, การตรวจสอบ ความผิดพลาดในการส่งข้อมูล และเปรียบเสมือนตัวกลาง ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ทุกเครื่องเข้าด้วยกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . อย่างไรก็ตาม NCP ที่ใช้ใน ขณะนั้น ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ มีข้อจำกัดในด้านจำนวน เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ต่อเข้ากับ ARPANET ทำให้ขยายจำนวนเครื่อง คอมพิวเตอร์ออกไปมาก ๆ ไม่ได้ จึงได้เริ่มมีการพัฒนา มาตรฐานการรับส่ง ข้อมูลแบบใหม่ขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . จนกระทั่งในปี พ.ศ.2525 ได้มีมาตรฐานใหม่ออกมา เรียกว่า Transmission Control Protocol/Internet protocol หรือ โปรโตคอล แบบ TCP/IP ซึ่งถือว่า เป็นก้าวสำคัญที่ ARPANET ได้วางรากฐาน ไว้ให้กับอินเตอร์เน็ต เพราะจากมาตรฐาน รับส่งข้อมูลแบบ TCP/IP นี้ ทำให้คอมพิวเตอร์ต่างชนิดกัน สามารถรับข้อมูลไปมา ระหว่างกันได้&lt;br /&gt;และนับเป็นหัวใจของอินเตอร์เน็ตเลยทีเดียว โปรโตคอล TCP/IP ได้รับ การยอมรับ อย่างกว้างขวางในปีถัดมา คือปี 2526 และถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของระบบปฏิบัติการ UNIX เวอร์ชั่น 4.2 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . จำนวนคอมพิวเตอร์ในเน็ตเวิร์ต ได้เพิ่มขึ้นจาก 236 เครื่องในปี 2525 มาเป็น 500 เครื่องในปี 2526 และเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 เครื่องในปี 2527 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . ต่อมา ในปี 2529 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ National Science Foundation (NSF) ของประเทศสหรัฐ อเมริกา ได้วางระบบเครือข่าย มาอีกระบบหนึ่ง เรียกว่า NSFNET ซึ่งประกอบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์จำนวน 5 เครื่องใน 5 รัฐ เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษา และค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ และได้ใช้ โปรโตคอล TCP/IP เป็นมาตรฐาน ในการรับส่งข้อมูลเช่นกัน ทำให้การขยายตัวของเน็ตเวิร์ต เป็นไปอย่างรวดเร็ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . เนื่องจากมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา มีความต้องการที่จะเชื่อมต่อ เข้ากับ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อใช้งานซูเปอร์คอมพิวเตอร์คุ้มค่าที่สุด และสามารถแลกเปลี่ยน ข้อมูลระหว่างกันได้ ประกอบกับการรับส่งข้อมูล ก็ใช้มาตรฐานเดียวกัน จำนวนเครื่อง คอมพิวเตอร์ในเครือข่าย จึงเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 เครื่อง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . นอกจาก ARPANET และ NSFNET แล้วยังมีเครือข่ายอื่น ๆ อีกหลายเครือข่าย เช่น UUNET, UUCP, BITNET, CSNET ซึ่งต่อมา ก็ได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน โดยมี NSFNET เป็นเครือข่ายหลัก เปรียบเสมือน กระดูกสันหลังหรือ backbone ของระบบ จำนวนเครื่อง คอมพิวเตอร์ ในเครือข่าย จึงได้เพิ่มเป็นกว่า 20,000 เครื่องในปี 2530 และก้าวกระโดด อย่างรวดเร็วเป็น 100,000 เครื่องในปี 2532 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . หลังจากที่ ARPANET ได้รวมเข้ากับ NSFNET แล้วในปี 2530 เครือข่ายก็ค่อย ๆ ลดบทบาทลง เนื่องจากการเปลี่ยนไปใช้ความสามารถของ NSFNET แทน จนกระทั่งในปี 2533 ก็เลิกใช้โดยสิ้นเชิง แต่จำนวนเครื่อง คอมพิวเตอร์ในเครือข่าย ก็ยังคงเพิ่มขึ้น แบบทวีคูณต่อไป และในปี 2534 ก็ได้มีการจักตั้งสมาคม CIX (Commercial Internet Exchange) ขึ้น โดยขณะนั้น มีเครื่องคอมพิวเตอร์รวมกว่า 600,000 เครื่องในระบบ และเมื่ออินเตอร์เน็ต มีอายุครบรอบ 25 ปี คือในปี พ.ศ. 2537 จำนวนเครื่อง คอมพิวเตอร์ ก็พุ่งขึ้นสูงกว่า 2,000,000 เครื่อง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . ปัจจุบันประมาณกันว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ ทั่วโลกที่เชื่อมต่ออยู่ในอินเตอร์เน็ต มีเกือบสิบล้านเตรื่อง ที่ทำหน้าให้บริการ ข้อมูลข่าวสาร, รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ และมีคนใช้งานอินเตอร์เน็ต ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ที่ต่อเชื่อมเข้ามา ไม่ต่ำกว่าวันละหลายสิบล้านคน ทั้งหมดนี้คือ ประวัติความเป็นมาโดยสังเขป ของอินเตอร์เน็ต จากจุดเริ่มต้นจนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; -----------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;                                     ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; .. . . . ตามที่กล่าวมาแล้วว่า อินเตอร์เน็ต คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ครอบคลุม ไปทั่วโลก พร้อมกับมีข้อมูลมหาศาล ทุกประเภท ให้เราค้นคว้า และรับส่งข้อมูล ไปมาระหว่างกันได้ ในตอนนี้ จะขอยกตัวอย่างประโยชน์ ของการใช้งานอินเตอร์เน็ต ด้านต่าง ๆ ให้เห็นพอสังเขป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . ในด้านการศึกษา เราต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นคว้าหาข้อมูลได้ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลทางวิชาการจากที่ต่าง ๆ ซึ่งในกรณีนี้ อินเตอร์เน็ต จะทำหน้าที่เหมือนห้องสมุด ขนาดยักษ์ ส่งข้อมูลที่เราต้องการ มาให้ถึงบนจอคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือที่ทำงานของเรา ไม่กี่วินาทีจากแหล่งข้อมูลทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ศิลปกรรม สังคมศาสตร์ กฎหมายและอื่นๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . อีกส่วนที่เกี่ยวข้องกันก็คือ ประโยชน์การรับส่งข่าวสาร ผู้ใช้ที่ต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต สามารถรับส่งจดหมายอิเล็กตรอนิกส์ หรือ E-mail กับผู้ใช้คนอื่นๆ ทั่วโลก ในเวลาอันรวดเร็ว ได้โดยค่าใช้จ่ายต่ำมาก นอกจากนี้ ยังอาจส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แฟ้มข้อมูล รูปภาพ ข้อมูลแบบมัลติมีเดีย ที่เป็นภาพและเสียง ได้อีกด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . สำหรับด้านธุรกิจและการค้า ช่วยในการซื้อขายสินค้าผ่านคอมพิวเตอร์ เราสามารถเลือกดูสินค้า พร้อมคุณสมบัติผ่านจอคอมพิวเตอร์ของเรา และสั่งซื้อ และจ่ายเงินด้วย บัตรเครดิตได้ทันที ซึ่งนับว่าเป็นความสะดวกสบาย และรวดเร็วมาก สินค้ามีจำหน่าย ทุกประเภท เหมือนห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ เลยทีเดียว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . นอกจากนี้ ผู้ใช้ ที่เป็นบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้บริการ หรือ สนับสนุน ลูกค้าของตน ผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น การตอบคำถาม หรือข้อสงสัยต่าง ๆ ให้คำแนะนำ รวมถึงข่าวสารใหม่ๆแก่ลูกค้าได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . ประโยชน์อินเตอร์เน็ต ที่ผู้ใช้กันมากที่สุดอีกอย่างหนึ่ง คือ ความบันเทิง และการ พักผ่อนหย่อนใจ หรือสันทนาการ เช่น เลือกอ่านวารสารต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต ที่เรียกว่า magazine แบบ online รวมถึงหนังสือพิมพ์ และข่าวสารอื่น ๆ โดยมีภาพประกอบบนจอคอมพิวเตอร์ เหมือนกับหนังสือ ปกติที่เราดูอยู่กันทุกวัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . นอกเหนือจากประโยชน์ต่าง ๆ ที่กล่าวมา ซึ่งล้วนแต่เป็นในมุมมอง ของผู้ใช้ข้อมูล หรือบริการทั่ว ๆ ไป แล้ว ในแง่ของผู้ให้ข้อมูล เช่น ผู้ผลิตสินค้า และบริการต่าง ๆ อินเตอเน็ตก็มีประโยชน์ตรงที่ เป็นช่องทางสำหรับ การเผยแพร่ข้อมูลของตนเอง ได้ในวงกว้าง ด้วยค่าใช้จ่ายต่ำ แถมยังสามารถเข้าถึง กลุ่มคนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ต (ซึ่งนับได้ว่าเป็น"หัวกะทิ" ของกลุ่มลูกค้า เป้าหมาย ที่น่าจะมีกำลังซื้อมากพอสมควร) ได้โดยตรง การโฆษณาเผยแพร่ เรื่องต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต จึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเป็นช่องทาง&lt;br /&gt;หรือเวทีในการแสดงความคิดเห็น ถกเถียงแลกเปลี่ยนทัศนะในเรื่อง ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ฯลฯ ที่สามารถตอบโต้กันได้ ชนิดทันต่อเหตุการณ์ หรือความเปลี่ยนแปลง และค่อนข้าง จะเป็นอิสระ ต่อการควบคุม หรือกลั่นกรอง ขององค์กรหรือหน่วยงานในภาครัฐ ของแต่ละประเทศ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; . . . . ว่ากันว่า ความล่มสลายของสหภาพโซเวียต หรือความเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองอย่างรวดเร็ว ในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก มีส่วนมาจาก ข่าวสารขอ้มูลของโลกภายนอก ที่ผ่านเข้ามาในบริเวณเหล่านั้น ผ่านทาง เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม และรวมถึงอินเตอร์เน็ตด้วย อย่างไรก็ตาม ความง่าย ราคาถูก และรวดเร็วของโฆษณา เผยแพร่ทาง อินเตอร์เน็ต บางครั้งก็มีผลในทางตรงกันข้าม กลายเป็นการ เปิดโอกาส ให้ใคร ๆ ก็สามารถเผยแพร่ขอ้มูล ในเรื่องที่ไม่ดีไม่งาม หรือให้ร้ายผู้อื่นได้โดยง่าย โดยลงทุนลงแรงเพียงเล็กน้อย แถมยังมีผล ในวงกว้างไปทั่วโลกอีกด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-7599837184073947668?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/7599837184073947668/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=7599837184073947668' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/7599837184073947668'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/7599837184073947668'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/blog-post_07.html' title='อินเตอร์เน็ต...คืออะไร'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-3167960366622147662</id><published>2008-09-04T20:09:00.000-07:00</published><updated>2008-09-04T20:30:55.761-07:00</updated><title type='text'>สร้างผลงานจากเศษซากคอมพิวเตอร์</title><content type='html'>สร้างผลงานจากเศษซากคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;มาดูดิค่ะ.....น่าสนใจน่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCnq6R4naI/AAAAAAAAAFs/Ay0EYM1q8uU/s1600-h/666.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCnq6R4naI/AAAAAAAAAFs/Ay0EYM1q8uU/s320/666.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5242374321899871650" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCnahobkPI/AAAAAAAAAFk/fyMjz0vV6HA/s1600-h/004.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCnahobkPI/AAAAAAAAAFk/fyMjz0vV6HA/s320/004.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5242374040405643506" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCnQWxCdYI/AAAAAAAAAFc/xNl17fg42RQ/s1600-h/555.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCnQWxCdYI/AAAAAAAAAFc/xNl17fg42RQ/s320/555.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5242373865690264962" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCnF6Ztq9I/AAAAAAAAAFU/N8aYdGu2TLw/s1600-h/006.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCnF6Ztq9I/AAAAAAAAAFU/N8aYdGu2TLw/s320/006.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5242373686277549010" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCmprswY6I/AAAAAAAAAFM/xoYmlnREk64/s1600-h/002.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCmprswY6I/AAAAAAAAAFM/xoYmlnREk64/s320/002.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5242373201294549922" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCmc61JqfI/AAAAAAAAAFE/A68Jonk7GVY/s1600-h/444.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCmc61JqfI/AAAAAAAAAFE/A68Jonk7GVY/s320/444.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5242372982017993202" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;----------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCmOtUPkhI/AAAAAAAAAE8/2d3xRaDMMhI/s1600-h/333.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCmOtUPkhI/AAAAAAAAAE8/2d3xRaDMMhI/s320/333.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5242372737872138770" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCl25oDEmI/AAAAAAAAAE0/3QhR6WwEuJM/s1600-h/222.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCl25oDEmI/AAAAAAAAAE0/3QhR6WwEuJM/s320/222.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5242372328859570786" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCldnKReYI/AAAAAAAAAEs/SafiFWFv0Yw/s1600-h/111.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCldnKReYI/AAAAAAAAAEs/SafiFWFv0Yw/s320/111.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5242371894406117762" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-3167960366622147662?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/3167960366622147662/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=3167960366622147662' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/3167960366622147662'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/3167960366622147662'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/blog-post_04.html' title='สร้างผลงานจากเศษซากคอมพิวเตอร์'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SMCnq6R4naI/AAAAAAAAAFs/Ay0EYM1q8uU/s72-c/666.jpg' height='72' width='72'/><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-562799946715234652</id><published>2008-09-02T20:16:00.000-07:00</published><updated>2008-09-02T20:31:58.640-07:00</updated><title type='text'>socia  Network</title><content type='html'>Social Network คือการที่ผู้คนสามารถทำความรู้จัก และเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง หากเป็นเว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็น เว็บ Social Network ก็คือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกันนั่นเอง ตัวอย่างของเว็บประเภทที่เป็น Social Network เช่น Digg.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เรียกได้ว่าเป็น Social Bookmark ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง และเหมาะมาก ที่จะนำมาเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยในเว็บไซต์ Digg นี้ ผู้คนจะช่วยกันแนะนำ url ที่น่าสนใจเข้ามาในเว็บ และผู้อ่านก็จะมาช่วยกันให้คะแนน url หรือข่าวนั้น ๆ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SL4EfDdG2YI/AAAAAAAAAEk/17FV3J9cgNw/s1600-h/111.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SL4EfDdG2YI/AAAAAAAAAEk/17FV3J9cgNw/s320/111.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5241631947855681922" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                              ภาพประกอบโดย mandymaarten&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        สำหรับตัวอย่าง Social Network อื่น ๆ เช่น Hi5 หรือว่า Facebook ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น social network เต็มรูปแบบอีกอย่างหนึ่ง ที่ให้ผู้คนได้มามีพื้นที่ ได้ทำความรู้จักกันโดยเลือกได้ว่า ต้องการทำความรู้จักกับใคร หรือเป็นเพื่อนกับใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                  เมื่อหันมามองเว็บไซต์ไทย ๆ กันดูบ้าง หากมองว่าเว็บไซต์ Social Network ในไทย จะมีเว็บไหนได้บ้าง ลองดูเว็บไซต์ Social Network ที่มีความชัดเจนในเนื้อหาเฉพาะด้าน เช่น Social Network เรื่องท่องเที่ยว อย่างเว็บไซต์ odoza (โอโดซ่า) ที่ให้คนที่ชื่นชอบในเรื่องท่องเที่ยว ได้มาทำความรู้จักกัน ได้มีพื้นที่ให้ share รูปภาพ หรือวีดีโอคลิป ที่ตนเองได้ไปเที่ยวมาได้่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-562799946715234652?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/562799946715234652/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=562799946715234652' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/562799946715234652'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/562799946715234652'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/socia-network.html' title='socia  Network'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SL4EfDdG2YI/AAAAAAAAAEk/17FV3J9cgNw/s72-c/111.jpg' height='72' width='72'/><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-425015087465947079</id><published>2008-09-02T19:44:00.000-07:00</published><updated>2008-09-02T20:15:31.540-07:00</updated><title type='text'>ขั้นตอนกานทำโครงงาน..คอมพิวเตอร์</title><content type='html'>ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ&lt;br /&gt;2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล&lt;br /&gt;3. จัดทำเค้าโครงของโครงงาน เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเอกสารอ้างอิงต่างๆ และเลือกเรื่องที่จะทำโครงงานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งวางแผนการทำโครงงานทุกขั้นตอน โคยปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาหรือผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว จึงเขียนเค้าโครงของโครงงานเพื่อใช้เป็นกรอบแนวคิดและแนวทาง ตลอดจนข้อตกลงต่างๆ ในการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ระหว่างผู้เรียน อาจารย์ และผู้เกี่ยวข้อง นอกจากจะต้องใช้หลักการทางวิชาการแล้ว ยังจำเป็นต้องมีข้อตกลงและเงือนไขต่างๆ ด้วย เช่น การขออนุญาตใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ การจัดหาลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์ เครื่องมือและตัวแปลภาษาโปรแกรม เป็นต้น เพื่อช่วยให้การทำโครงงานดำเนินไปอย่างราบรื่น&lt;br /&gt;4. การลงมือทำโครงงาน&lt;br /&gt;5. การเขียนรายงาน&lt;br /&gt;6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ&lt;br /&gt;2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล&lt;br /&gt;3. จัดทำเค้าโครงของโครงงาน เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเอกสารอ้างอิงต่างๆ และเลือกเรื่องที่จะทำโครงงานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งวางแผนการทำโครงงานทุกขั้นตอน โคยปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาหรือผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว จึงเขียนเค้าโครงของโครงงานเพื่อใช้เป็นกรอบแนวคิดและแนวทาง ตลอดจนข้อตกลงต่างๆ ในการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ระหว่างผู้เรียน อาจารย์ และผู้เกี่ยวข้อง นอกจากจะต้องใช้หลักการทางวิชาการแล้ว ยังจำเป็นต้องมีข้อตกลงและเงือนไขต่างๆ ด้วย เช่น การขออนุญาตใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ การจัดหาลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์ เครื่องมือและตัวแปลภาษาโปรแกรม เป็นต้น เพื่อช่วยให้การทำโครงงานดำเนินไปอย่างราบรื่น&lt;br /&gt;4. การลงมือทำโครงงาน&lt;br /&gt;5. การเขียนรายงาน&lt;br /&gt;6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ&lt;br /&gt;2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล&lt;br /&gt;3. จัดทำเค้าโครงของโครงงาน เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเอกสารอ้างอิงต่างๆ และเลือกเรื่องที่จะทำโครงงานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งวางแผนการทำโครงงานทุกขั้นตอน โคยปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาหรือผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว จึงเขียนเค้าโครงของโครงงานเพื่อใช้เป็นกรอบแนวคิดและแนวทาง ตลอดจนข้อตกลงต่างๆ ในการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ระหว่างผู้เรียน อาจารย์ และผู้เกี่ยวข้อง นอกจากจะต้องใช้หลักการทางวิชาการแล้ว ยังจำเป็นต้องมีข้อตกลงและเงือนไขต่างๆ ด้วย เช่น การขออนุญาตใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ การจัดหาลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์ เครื่องมือและตัวแปลภาษาโปรแกรม เป็นต้น เพื่อช่วยให้การทำโครงงานดำเนินไปอย่างราบรื่น&lt;br /&gt;4. การลงมือทำโครงงาน&lt;br /&gt;5. การเขียนรายงาน&lt;br /&gt;6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                                โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม เชียงใหม่&lt;br /&gt;                                                        ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2544&lt;br /&gt;                        กลุ่มวิชา การงานพื้นฐานอาชีพ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2&lt;br /&gt;                 วิชา คอมพิวเตอร์สร้างสรรค์ (โครงงานคอมพิวเตอร์) รหัสวิชา ช.02139&lt;br /&gt;                              ผู้สอน ม.ยุทธศักดิ์ สินธุพงศ์&lt;br /&gt;----------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คะแนนรวม 100 คะแนน&lt;br /&gt;คะแนนจิตพิสัย 10 คะแนน&lt;br /&gt;คะแนนเก็บ 60 คะแนน&lt;br /&gt;คะแนนสอบ 30 คะแนน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำอธิบายรายวิชา&lt;br /&gt;ศึกษาวิเคราะห์ เนื้อหางาน ลำดับรูปแบบงาน การประยุกต์วิชาการ คอมพิวเตอร์และวิชาต่าง ๆ ที่เรียนมา จัดทำโครงงานขนาดเล็ก เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างโครงงานคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดประสงค์รายวิชา (กรณีทำโครงงาน โดยสร้าง Home Page ด้วยภาษา HTMLและJavaScript)&lt;br /&gt;1. ให้มีความรู้เกี่ยวกับ Internet ภาษา HTMLและชุดคำสั่งพิเศษ JavaScript&lt;br /&gt;2. ให้มีทักษะกระบวนการความคิดเชิงระบบในการวางแผนการทำงาน&lt;br /&gt;3. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กได้&lt;br /&gt;4. สามารถสร้าง Home Page ด้วยภาษา HTML และแทรกชุดคำสั่งJavaScript เป็นโครงงานขนาดเล็กได้&lt;br /&gt;5. มีความสามารถในการแสดงออกด้วยการนำเสนอผลงานที่ทำได้&lt;br /&gt;6. สามารถทำผลงานที่ได้จากการบูรณาการประสบการณ์ทางความรู้ความคิดได้&lt;br /&gt;7. สามารถจัดทำเอกสารประกอบโครงงาน และรายงานโครงงานได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความหมายและคุณค่าของการทำโครงงานคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีผลกระทบต่อความเจริญก้าวหน้าของทุก ๆ สังคมในโลกปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีด้านนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะคอยติดตามความก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลาและเป็นสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์คุ้มค่าอีกด้วย ดังนั้นการศึกษาเทคโนโลีของคอมพิวเตอร์จึงต้องศึกษาหลักการและเนื้อหาพื้นฐานเป็นสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งจำเป็นเสมือนกับการศึกษาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ คอมพิวเตอร์ได้เปลี่ยนแปลงโลกของเราในด้านต่าง ๆ มากมายได้แก่&lt;br /&gt;- สังคมโดยส่วนใหญ่เปลี่ยนจากสังคมอุตสาหกรรมเป็นสังคมสารสนเทศ&lt;br /&gt;- การตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ มักขึ้นอยู่กับข้อมูลซึ่งได้จากระบบคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;- คอมพิวเตอร์กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญแทนเครื่องมืออื่น ๆ ในอดีต เช่น เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องคิดเลขเป็นต้น&lt;br /&gt;- คอมพิวเตอร์ถูกใช้ในการออกแบบสถานการณ์หรือปัญหาที่ซับซ้อนต่าง ๆ&lt;br /&gt;- คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารของโลกปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาเรียนวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเพื่อความเข้าใจความเป็นไปของธรรมชาติในโลก ในทำนองเดียวกันนักเรียนต้องเรียนวิชาทางวิทยาการคอมพิวเตอร์เพื่อความเข้าใจในสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของสังคมต่าง ๆ ในยุคสารสนเทศ เนื้อหาวิชาทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษามีเป้าหมายที่จะพัฒนานักเรียนให้มีความรู้ความเข้าใจในวิทยาการของคอมพิวเตอร์และมีความสามารถในการพัฒนาโปรแกรมได้ ดังนั้นการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์จะเป็นสิ่งที่ทำให้นักเรียนสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดมุ่งหมายที่สำคัญประการหนึ่งของการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน คือการที่นักเรียนได้มีโอกาสฝึกความสามารถในการนำความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้าหาความรู้ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากวิธีหนึ่งคือการที่นักเรียนได้มีโอกาสทำโครงงานคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นงานวิจัยในระดับนักเรียน เป็นการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในการศึกษา ทดลอง แก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อนำผลที่ได้มาประยุกต์ใช้งานจริง หรือใช้เพื่อช่วยสร้างสื่อเพื่อเสริมการเรียนให้ได้ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โครงงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกฝนการใช้ทักษะการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งเครื่องมือต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา รวมทั้งการพัฒนาการสร้างผลงานจริงอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โครงงานคอมพิวเตอร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาเป็นกิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนสนใจ ซึ่งอาจเป็นปัญหาที่ต้องใช้ความรู้ กระบวนการทางวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และวัสดุอุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน โครงงานบางเรื่องอาจต้องการวัสดุอุปกรณ์นอกเหนือจากที่มีอยู่ ซึ่งนักเรียนจะต้องคิดออกแบบสร้างขึ้น หรือดัดแปลงเพื่อใช้งานได้ตรงกับความต้องการ โดยในการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์จะอยู่ภายใต้การดูแลและให้คำปรึกษาของครูในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์หรือต่างสาาวิชารวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โครงงานคอมพิวเตอร์ที่จะทำในระดับมัธยมศึกษาควรเป็นประเด็นหรือปัญหาที่นักเรียนสนใจใคร่รู้ และสามารถใช้ความรู้ ทักษะ ตลอดจนประสบการณ์ในระดับของนักเรียน เพื่อคิดแนวทางในการแก้ปัญหาและการพัฒนาโปรแกรม เพื่อให้โครงงานคอมพิวเตอร์นั้นมีคุณค่ายิ่ง อย่างไรก็ตาม เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดที่จะทำโครงงานอาจมีผู้สนใจทำมาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนามาแล้ว แต่นักเรียนก็ยังสามารถทำโครงงานดังกล่าวได้ เพียงแต่คิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรมที่จัดว่าเป็นโครงานคอมพิวเตอร์ควรมีองค์ประกอบหลักดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;- เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับซอต์ฟแวร์และเครื่องคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;- นักเรียนเป็นผู้ริเริ่มและเลือกเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้า พัฒนาด้วยตนเองตามความสนใจและระดับความรู้ความสามารถ&lt;br /&gt;- นักเรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษา ค้นคว้า ตลอดจนการพัฒนาเก็บรวบรวมข้อมูลหรือประดิษฐ์คิดค้น รวมทั้งการสรุปผล และการนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยมีครูอาจารย์หรือผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้คำปรึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทำโครงงานคอมพิวเตอร์มีของเขตกว้างขวางมาก ตั้งแต่เรื่องที่ง่าย ๆ ไปจนถึงเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อน โครงงานคอมพิวเตอร์บางเรื่องอาจใช้เวลาสั้นในการพัฒนา จนถึงเรื่องที่ใช้เวลาเป็นภาคเรียนหรือปีการศึกษา โครงงานคอมพิวเตอร์บางเรื่องเสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยจนถึงนับพันบาท นักเรียนจึงควรศึกษารายละเอียดและงบประมาณต่างๆ ของโครงงานก่อน จึงค่อยเลือกทำโครงงานที่เหมาะสมกับระดับความรู้ ความสามารถ และความสนใจของนักเรียน โดยทั่ว ๆ ไป การทำโครงงานคอมพิวเตอร์จัดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนรายวิชาคอมพิวเตอร์ทุกระดับการศึกษา โดยอาจจะทำเป็นกลุ่มหรอทำเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสนใจของนักเรียนแต่ละคนแต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ไม่ได้อยู่ที่การส่งเข้าประกวดเพื่อรับรางวัล แต่เป็นโอกาสที่นักเรียนจะได้ประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้าหาความรู้ต่าง ๆ ตลอดจนการแสดงผลงานของตนเองเพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครองและผู้ที่สนใจในชุมชนเมื่อมีการจัดกิจกรรมของโรงเรียนหรืองานอื่น ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทำโครงงานคอมพิวเตอร์และการจัดงานแสดงโครงงานจะมีคุณค่าต่อการฝึกฝนให้นักเรียนมีความรู้ ความชำนาญ และมีความมั่นใจในการนำระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้าหาความรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเองและยังมีคุณค่าอื่น ๆ อีกดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;1. สร้างความสำนึกและความรับผิดชอบในการศึกษาและพัฒนาระบบด้วยตนเอง&lt;br /&gt;2. เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาและแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง&lt;br /&gt;3. เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษา ค้นคว้า และเรียนรู้ในเรื่องที่นักเรียนสนใจได้ลึกซึ้งกว่าการเรียนในห้องตามปกติ&lt;br /&gt;4. ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการคิด การแก้ปัญหา การตัดสินใจ รวมทั้งการสื่อสารระหว่างกัน&lt;br /&gt;5. กระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนวิชาสาขาคอมพิวเตอร์ และมีความสนใจที่จะประกอบอาชีพทางด้านนี้&lt;br /&gt;6. ส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์&lt;br /&gt;7. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับครูและชุมชน รวมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนสนใจคอมพิว เตอร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมากขึ้น&lt;br /&gt;8. เป็นการบูรณาการเอาความรู้จากวิชาต่าง ๆ ที่ได้รับมาจัดทำผสมผสานกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นโครงงานเพื่อนำเสนอต่อชุมชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์นั้น นักเรียนควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ เหตุผลที่ใช้ในการแก้ปัญหา กระบวนการแก้ปัญหา หลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น และการแทนข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะเริ่มทำโครงงาน และใช้ความรู้ดังกล่าวเป็นพื้นฐานในการสร้างความรู้ใหม่ในโครงงานคอมพิวเตอร์ โดยในการทำโครงงานนักเรียนอาจจะมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับความรู้ใหม่เพิ่มเติมอีกด้วย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ฐานข้อมูล (Database) และการสืบค้นข้อมูล (Information Retrieval) เป็นต้น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับหัวข้อที่นักเรียนเลือกทำโครงงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Top&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ สาขาวิชา ดังนั้นโครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรมและลักษณะของประโยชน์หรือผลงาที่ได้ ซึ่งอาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ 1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media) 2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development) 3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี (Theory Experiment) 4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application) 5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)&lt;br /&gt;เป็นโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวนและคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้&lt;br /&gt;โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่าง เช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)&lt;br /&gt;เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเรื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่างของเครื่องมือช่วยงาน เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เป็นต้น สำหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลผลภาษา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปได้โดยง่าย ซึ่งรูปที่ได้สามารถนำไปใช้งานต่าง ๆ ได้มากมาย สำหรับซอฟต์แวร์ช่วยในการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ ใช้สำหรับช่วยในการออกแบบสิ่งของต่าง ๆ เช่น โปรแกรมประเภท 3D &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Top&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี (Theory Experiment)&lt;br /&gt;เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจำองการทดลองของสาขาต่าง ๆ เป็นโครงงานที่ผู้ทำต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษา แล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจำลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคำอธิบายก็ได้ พร้อมทั้งนำเสนอวิธีการจำลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทำโครงงานประเภทนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่ผู้ทำต้องมีความรู้เรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่าง เช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)&lt;br /&gt;เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์สำหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สำหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อนแล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทำงานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธีทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)&lt;br /&gt;เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้ และ/หรือ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุก เกมหมากฮอส เกมการคำนวณเลข ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้เป็นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจเก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปและนำมาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ป็นเกมที่แปลกใหม่และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกล่มต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Top&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีดำเนินการทำโครงงานคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนจะมีความสำคัญต่อโครงงานนั้น ๆ การแบ่งขั้นตอนของการทำโครงงานอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานและการวางแผนการทำโครงงานในที่นี้จะบ่งการทำงานออกเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจทำ&lt;br /&gt;โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่องที่จะทำโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุโทรทัศน์ สนทนาอภิปราย กิจกรรมการเรียนการสอน งานอดิเรก การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้ &lt;br /&gt;- จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา&lt;br /&gt;- สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้&lt;br /&gt;- มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา&lt;br /&gt;- มีเวลาเพียงพอ&lt;br /&gt;- มีงบประมาณเพียงพอ&lt;br /&gt;- มีความปลอดภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล&lt;br /&gt;รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย&lt;br /&gt;จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทำ วัสดุอุปกรณ์ ความต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของโครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยายการทดลองจากงานเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Top&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. การจัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ จำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงานและแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. การเขียนรายงาน เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. การนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน เป็นการนำเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การแสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคำพูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจัดทำรายงานเอกสารคู่มือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่1. ส่วนนำ เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานนั้นซึ่งประกอบไปด้วย&lt;br /&gt;ชื่อโครงงาน&lt;br /&gt;ชื่อสาขาของงานวิจัย&lt;br /&gt;ชื่อผู้ทำโครงงาน&lt;br /&gt;ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา&lt;br /&gt;คำขอบคุณ โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมที่ได้รับความช่วยเหลือและร่วมมือจากหลายฝ่าย จึงควรกล่าว&lt;br /&gt;ขอบคุณบุคลากรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยให้โครงงานนี้สำเร็จ&lt;br /&gt;บทคัดย่อ อธิบายถึงที่มาและความสำคัญของโครงงาน วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ และผลที่ได้ตลอดจนข้อสรุป&lt;br /&gt;ต่าง ๆ อย่างย่อ (ประมาณ 250 - 400 คำ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 2. บทนำ เป็นส่วนรายละเอียดของเนื้อหาของโครงงานซึ่งประกอบด้วย&lt;br /&gt;ที่มาและความสำคัญของโครงงาน&lt;br /&gt;เป้าหมายของการศึกษาค้นคว้า&lt;br /&gt;ของเขตของโครงงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 3. หลักการและทฤษฎี&lt;br /&gt;เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จำนำมาใช้&lt;br /&gt;ในการพัฒนา ซึ่งรวมถึงการระบุผลงานของผู้อื่นที่นักเรียนนำมาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 4. วิธีดำเนินการ อธิบายขั้นตอนการดำเนินงานโดยละเอียด ระบุปัญหาหรืออุปสรรคที่พบ วิธีการที่ใช้แก้ไขปัญหา&lt;br /&gt;พร้อมทั้งระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Top&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 5. ผลการศึกษา นำเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้ โดยอาจจะเสดงเป็นกราฟ ตาราง ข้อความ หรือแต่ละหน้าจอภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 6. สรุปและข้อเสนอแนะ&lt;br /&gt;อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทำงาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐานควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัด&lt;br /&gt;ค้านสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนี้ยังควรกล่าวถึงการนำผลการทดลองหรือพัฒนาไป&lt;br /&gt;ใช้ประโยชน์ อุปสรรคของการทำโครงงาน หรือข้อสังเกตที่สำคัญหรือข้อผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;จากการทำโครงงานนี้ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขหากจะมีผู้ศึกษาค้นคว้าในเรื่อง&lt;br /&gt;ทำนองนี้ต่อไปในอนาคตด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 7. ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน&lt;br /&gt;ระบุประโยชน์ที่นักเรียนได้รับจากการพัฒนาโครงงานนั้น และประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการนำเสนอ&lt;br /&gt;ผลงานของโครงงานไปใช้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 8. บรรณานุกรม รวบรวมรายชื่อหนังสือ วารสาร เอกสาร และเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ผู้ทำโครงงานใช้ค้นคว้า หรืออ่านเพื่อ&lt;br /&gt;ศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการทำโครงงานนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 9. คู่มือการใช้งาน หากโครงงานที่นักเรียนจัดทำเป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา ให้นักเรียนจัดทำคู่มืออธิบายวิธี&lt;br /&gt;การใช้งานผลงานนั้นโดยละเอียด ซึ่งประกอบด้วย&lt;br /&gt;ชื่อผลงาน&lt;br /&gt;ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;รายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องมี&lt;br /&gt;ความต้องการของซอฟต์แวร์&lt;br /&gt;คุณลักษณะของผลงาน อธิบายว่าผลงานนั้นทำหน้าที่อะไร รับอะไรเป็นข้อมูลขาเข้าและส่งอะไรเป็นข้อมูลขาออก&lt;br /&gt;วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน ว่าจะต้องกดคำสั่งใดหรือปุ่มใด ข้อแนะนำในการใช้งาน เพื่อให้ผลงานนั้นสามารถทำงานได้ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Top&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-425015087465947079?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/425015087465947079/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=425015087465947079' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/425015087465947079'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/425015087465947079'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/blog-post_02.html' title='ขั้นตอนกานทำโครงงาน..คอมพิวเตอร์'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-8826447165428386268</id><published>2008-09-02T19:39:00.000-07:00</published><updated>2008-09-02T19:44:22.256-07:00</updated><title type='text'>Utility  program  คืออะไร</title><content type='html'>Utility Program (s)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Utility Program หมายถึง โปรแกรมที่ช่วยให้การทำงานของคอมพิวเตอร์ หรือเสริมโปรแกรมการใช้งานอื่นๆ ให้สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น บางโปรแกรมก็ช่วยเสิรมความสามารถพิเศษให้กับคอมพิวเตอร์ เช่น สามารถรับส่งแฟ๊กซ์ได้ เป็นต้น โปรแกรมที่เรานำมาแนะนำนี้ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทุก ๆ ท่าน ดังนั้น ไม่อยากให้พลาดที่จะแวะเข้าไปศึกษาโปรแกรมดู...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;166Floppy v2.1&lt;br /&gt;อีกหนึ่ง utiity โปรแกรมที่ช่วยในการ format disk 3.5' ซึ่งปกติจะได้ความจุประมาณ 1.44 mb ให้กลายเป็น 1.66 mb สามารถเพิ่มพื้นที่ในการ สนใจจะทดลองนำไปใช้ได้ ครับ เป็นโปรแกรม freeware ครับ... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2xExplorer R7&lt;br /&gt;ฟรี utility โปรแกรมที่น่าใช้งานมากตัวหนึ่ง ลักษณะของโปรแกรมจะแบ่ง windows explorer เป็น 2 ส่วน เพื่อใช้ในการสำรองข้อมูล หรือเพื่อย้ายไฟล์ที่ต้องการ ลักษณะของโปรแกรมเหมือนกับโปรแกรม norton commander &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;32 Bit Fax v9.26.15&lt;br /&gt;โปรแกรมเพิ่มความสามารถให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้สามารถรับ-ส่งแฟ๊กซ์โดยใช้โมเด็มได้ (ตัวเดียวกับใช้เล่น internet) นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง Cover Page หรือใบปะหน้าในรูปแบบของคุณเอง รวมทั้งการเก็บรายชื่อแฟ๊กซ์ต่าง ๆ ไว้ใช้ในโอกาสต่อไปได้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3 Windows Utilities&lt;br /&gt;หลาย ๆ ท่านคงอยากทราบรายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณว่า มีคุณสมบัติหรือ spec อะไรบ้าง หรือบางท่านอาจมีปัญหากวนใจเช่นเดียวกับผมคือ บางครั้งเราติดตั้งโปรแกรมใด โปรแกรมหนึ่ง หลังจาก uninstall แล้ว ยังปรากฏไอคอนของโปรแกรมนั้น ๆ ค้างอยู่ บางครั้งยังมี error แสดงทุกครั้งที่เปิดเครื่อง น่าปวดหัวเหมือนกัน ลองใช้ utility เด็ด ๆ เหล่านี้ดู อาจช่วยคุณได้บ้าง... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Absolute Control v1.37 &lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรม utility เล็ก ๆ ที่ช่วยทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำหนดขนาดหน้าจอ สั่ง power off หน้าจอ และในส่วนของ Windows (XP) นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมการเปิดและเปิด CD-ROM drive ได้ด้วย.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Acrobat Reader v6.0&lt;br /&gt;Portable Document Format (PDF) คือไฟล์ประเภทหนึ่งในถูกสร้างมาจากโปรแกรม Adobe Acrobat เหมาะสำหรับการทำตัวอย่าง Manual, Sample Picture ปัจจุบันเป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ เนื่องจากไฟล์ที่ได้มีคุณภาพสูงมาก สามารถตั้ง index, Search ข้อมูลต่าง, สร้าง Link จากรูปภาพ, ทำการ Zoom in, Zoom out ได้ด้วย ปัจจุบัน support การอ่านข้อมูลทาง web page และที่สำคัญโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่สามารถ download มาใช้งานได้ฟรี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;AntiCrash v5.0 &lt;br /&gt;โปรแกรมป้องกันการ Crash หรือ Hank ใน Windows ตัวโปรแกรมจะรันในลักษณะ background และทำการตรวจสอบโปรแกรมที่ถูกเรียกใช้งาน สามารถซ่อน icon บนหน้าจอ desktop ได้ด้วย นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องคอมฯ ของเราด้วย.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Asap Utilities v3.01&lt;br /&gt;โปรแกรม Add-On ใน Microsoft Excel ช่วยให้การทำงานใน Excel ได้สะดวก มี funtions ช่วยในการทำงานมากกว่า 300 utilties แถมโปรแกรมเป็น freeware (แจกฟรี) เหมาะสำหรับนักบัญชี หรือผู้ใช้งาน Microsoft Excel เชิญศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจนำไปใช้ได้ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Auto Shutdown&lt;br /&gt;Utility โปรแกรมช่วยในการจัดการเกี่ยวกับการ Shutdown, Cleanup และตั้งเวลาการจัดการ version ที่ทดสอบนี้คือ v3.81 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Band Width Monitor&lt;br /&gt;คุณเป็นผู้หนึ่งที่เล่นอินเตอร์เน็ตใช่ไหม ถ้าใช่ คุณเคยอยากทราบไหมว่าความเร็วในการเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นเท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่เราใช้ Modem 56K และโทรเข้าไปยังโทรศัพท์ของ ISP ที่ความเร็ว 56K ทำไมบางครั้งก็เร็ว บางครั้งก็ช้า อยากทราบความเร็วที่แท้จริง ลองใช้โปรแกรมนี้ดูซิครับ! &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;BigFix v1.6.1.6&lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมในการตรวจสอบ bug ป้องกันในเรื่อง security ป้องกันการ crash เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตรวจสอบตลอดเวลา และถ้าโปรแกรมตรวจพบปัญหาจะมีสัญญาณแจ้งให้ทราบทันที.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;BK ReplaceEM v2.0 &lt;br /&gt;ฟรี utility โปรแกรมสำหรับการเปลี่ยนข้อความ หรือเปลี่ยนขนาดของตัวอักษร โดยใช้แทน search และ replace ซึ่งจะได้ครั้งละไฟล์ เท่านั้น แต่โปรแกรมนี้สามารถเปลี่ยนพร้อม ๆ กันได้หลาย ๆ ไฟล์ และสามารถกำหนดเงื่อนไงได้หลายรูปแบบด้วย.. และที่สำคัญรองรับการทำงานภาษาไทยด้วย เหมาะสำหรับ webmaster, programmer &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;BySoft FreeRam v3.0 &lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมช่วยจัดการ memory โดยจะเข้าลบการใช้งานของหน่วยความจำ ที่ไม่มีการใช้ ช่วยทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานเร็วขึ้น ลดปัญหาการ hang สามารถกำหนดให้รันอัตโนมัติ หรือรันแบบกำหนดเองได้ ใช้งานได้ทั้ง 98 และ NT &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;CacheMan v4.1&lt;br /&gt;โปรแกรม CacheMan 4.1 นี้เป็นโปรแกรมที่จะช่วยในการปรับแต่งหน่วยความจำให้คุณ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องหน่วยความจำ (ถ้ารู้ก็จะดีกว่า) เพียงแค่ติดตั้งและเลือกประเภทของ Windows และประเภทการใช้งานของคุณ เพียงเท่านี้โปรแกรมก็จะปรับแต่งหน่วยความจำให้อัตโนมัติ สนใจแล้วใช่ไหม เชิญศึกษาเพิ่มเติมได้เลยครับ... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Cache Speed v2.01&lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมปรับแต่ง cache ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณ ได้หลายสิบเปอร์เซ็นต์ สามารถปรับแต่งให้อัตโนมัติ หรือจะปรับแต่งด้วยตัวเองก็ได้ อยากรู้ว่าดีอย่างไร เชิญทดลอง download ไปใช้งานดู อีกหนึ่งของฟรีบน internet ที่อยากแนะนำ แจ๋วจริง ๆ ... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;CD Check v2.0.2.272&lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมในการตรวจสอบไฟล์ในแผ่น CD ที่มีขนาดเล็กมาก ไม่จำเป็นต้อง install หรือ setup ใด ๆ สามารถเลือกตรวจสอบเป็นบางไฟล์ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำการเกี่ยวกับแผ่น CD หรือผู้ที่เตรียมจะทำการ write CD เพื่อตรวจสอบไฟล์ให้แน่ชัดก่อนว่าไม่มีปัญหาในการ write CD แผ่นอื่นๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;CFSC Cleaner v2.0&lt;br /&gt;ฟรีแวร์! ที่ช่วยในการ setup/uninstall โปรแกรม สามารถค้นหา ตรวจสอบ และแสดงขนาดของโปรแกรมที่เราต้องการได้ในรูปแบบของ Pie กราฟ นอกจากนี้ยังแสดงวันที่ที่มีการติดตั้ง รวมทั้งไฟลเดอร์ที่เก็บโปรแกรมได้อีกด้วย... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Check Printer v5.0 &lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมที่ช่วยในการพิมพ์เช็ค ใช้งานได้ทุกสกุลเงิน เลือกพิมพ์วันที่เป็นภาษาไทยตามรูปแบบที่ต้องการได้ และเลือกอัตโนมัติได้จากปฏิทินในโปรแกรม ใส่ลายเซ็นต์ก็ได้ ส่วนเรื่องการจัดวางจะมีหน้า layout ให้ปรับแต่งได้ตามความพอใจ.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Clean it &lt;br /&gt;สำหรับนักคอมพิวเตอร์มือใหม่ และมือเก่าที่ยังไม่แน่ใจในการลบไฟล์ขยะ เราขอแนะนำโปรแกรม Clean it โปรแกรม utility ที่จะช่วยกำจัดไฟล์ขยะที่ไม่จำเป็นในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณออกไป ง่าย ๆ เพียง 1-2 ขั้นตอนก็เสร็จแล้ว แถมยังสามารถกำหนดให้โปรแกรมลบไฟล์ขยะให้อัตโนมัติตอนเปิด windows ได้ด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ClipMate v5.3&lt;br /&gt;เวลาที่เรา copy ข้อมูล หรือภาพต่างๆ ใน windows จะสามารถทำได้เพียงครั้งเดียว ถ้ามีการเรียก copy ซ้ำ ข้อมูลที่เคย copy ไปแล้วจะหายไป แต่วันนี้ ปัญหานี้จะหมดไปด้วย ClipMate โปรแกรมคู่ใจสำหรับ Windows อยากทราบความสามารถอื่นๆ เชิญคลิกดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;CoralSoft Win9x/ME Task Manager v1.0 &lt;br /&gt;ฟรีโปรแกรสำหรับตรวจสอบการทำงานของ CPU และ Memory สามารถสั่งทำ optimize ได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบว่ามีโปรแกรมใดทำงานอยู่ และถ้าต้องการสั่ง run โปรแกรมอื่น ๆ เพิ่มเติมก็สามารถทำได้อีกด้วย...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Cpu Idle&lt;br /&gt;หัวใจของคอมพิวเตอร์คือ CPU สิ่งที่ทำให้ CPU มีอายุสั้นก็คือความร้อน ซึ่งเกิดจากการทำงานของ CPU ตลอดเวลา ดังนั้น ถ้าเราสามารถหยุดหรือลดระยะเวลาการทำงาน CPU บางส่วนในเวลาที่ไม่จำเป็น ย่อมทำให้ CPU มีอายุการใช้งานที่นานขึ้นได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;DBackup v2.2 &lt;br /&gt;วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันข้อมูล และไฟล์สำคัญ ๆ ของเราคือ การสำรองข้อมูล วันนี้ขอแนะนำโปรแกรมแจกฟรีบน อินเตอร์เน็ตที่น่าสนใจตัวหนึ่ง โปรแกรมนี้จะช่วยในการสำรองข้อมูลในลักษณะของ Zip ไฟล์ โดยมี filter ช่วยในการกรองข้อมูล การใช้งานก็ค่อนข้างง่ายและสะดวกมาก.. "กันไว้ดีกว่าแก้" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;DeskSweeper v2.0 &lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรม utility เล็ก ๆ ที่ช่วยในการซ่อนไอคอนบนหน้า desktop ของเรา เพื่อที่จะแสดงภาพ background ได้เต็ม สนใจก็ลอง download ไปใช้ดู support windows ตั้งแต่เวอร์ชั่น 95 ขึ้นไป แม้กระทั่ง Windows XP ก็สามารถใชั้งานได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Disk Cleaner &lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรม utility เล็ก ๆ แต่ช่วยได้มากเลย ความสามารถก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่เป็นโปรแกรมช่วยลบไฟล์ที่ไม่ใช้งาน หรือที่เราเรียกว่า temporary file รวมทั้งสามารถลบ url ในโปรแกรม IE ได้ด้วย ผลก็คือทำให้คอมฯ ของเราทำงานได้ดีขึ้น.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Disk CleanUp v3.9 &lt;br /&gt;โปรแกรมตัวนี้ไม่ใช่ Disk CleanUp ที่มีอยู่ภายใน Windows ที่คุณอาจเคยใช้งานแล้ว แต่เป็นโปรแกรม utility เล็ก ๆ ตัวหนึ่งที่ช่วยในการกำจัดขยะภายในคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกัน การใช้งานโปรแกรมนี้จะมีหน้าต่าง Setting ให้กำหนดรายละเอียดที่ต้องการตามความพอใจได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Disk Montior v2.12 &lt;br /&gt;โปรแกรม utility เล็กๆ สำหรับเตือน และ แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่คงเหลือใน harddisk โดยจะแสดงเป็นสัญญาณไฟ ถ้าไฟเขียว แสดงว่ามีพื้นที่เหลือมากพอ ถ้าสีเหลืองแสดงว่าน้อยเกินไป ถ้าสีแดงแสดงว่าแย่แล้ว นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างแสดงรายละเอียดคร่าวๆ ของเครื่องคอมฯ เช่น cpu, memory display เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Dr. Hardware 2001&lt;br /&gt;เครื่องมือในการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์แบบแยกเป็นชิ้นส่วน คุณสามารถเลือกดูได้ทีละชิ้นส่วน ดูเป็นรูปกราฟ รวมทั้งสามารถทดสอบ เปรียบเทียบคุณสมบัติของ CPU ได้ด้วย การใช้งานก็ไม่จำเป็นต้องกำหนดรายละเอียดใด ๆ เพียงแต่ติดตั้ง และรันโปรแกรมเท่านั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;EditPad Lite v4.3.2&lt;br /&gt;บอกลาโปรแกรม NotePad ใน windows ได้เลย ถ้าคุณได้ลองใช้งาน EditPad ตัวนี้ มีความสามารถพิเศษกว่า NotePad คือ สามารถเปิดไฟล์ได้พร้อมกันมากกว่าหนึ่งไฟล์ ไม่จำกัดขนาดของไฟล์ Text แถมสามารถ convert ไฟล์ได้หลายรูปแบบ รายละเอียดเพิ่มเติม อ่านจากข้อมูลเอาเองดีกว่าค่ะ.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Edit Plus v2.01&lt;br /&gt;โดยปกติผมมักจะใช้ NotePad ในการสร้าง web และผมก็เชื่อว่ายังมี web master อีกหลาย ๆ ท่านก็ยังคงใช้ notepad เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ไม่จำเป็นต้องไปหาจากที่ไหน Windows ทุกรุ่นแถมมาให้อยู่แล้ว แต่เนื่องจาก Notepad เป็นโปรแกรมที่ไม่ได้ช่วยในการสร้างเวปโดยตรง ดังนั้นจึงไม่มีคำสั่ง หรือตัวช่วยในการสร้างเลย ดังนั้น Edit Plus น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยในการสร้างเวปในระดับมืออาชีพของคุณได้... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Enzip v3.0&lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรม zip ไฟล์ เช่นเดียวกับกับ Winzip, Pkzip ความสามารถก็ไม่แตกต่างจากโปรแกรมเหล่านี้ แต่ที่เห็นว่าน่าสนใจคือ เป็นโปรแกรม Freeware สามารถนำไปใช้งานได้ฟรี ครับ ทางเราขอสนับสนุนการใช้โปรแกรมถูกต้องตามลิขสิทธิ์ครับ... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Excel Viewer v8.0&lt;br /&gt;หลาย ๆ คนที่เคยใช้ Excel อาจเคยประสบปัญหา หาไฟล์ที่ต้องการไม่พบ จำชื่อไฟล์ไม่ได้ จะเปิดไฟล์ดูทีละตัวก็ใช้เวลานานมาก ถ้าคุณมีปัญหาเหล่านี้ ลองใช้โปรแกรมตัวนี้ดู Excel Viewer โปรแกรมช่วยในการดูไฟล์ Excel สามารถดูแบบย่อขยาย รวมทั้งสั่งพิมพ์ได้โดยตรง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Faber Toys v2.3&lt;br /&gt;ฟรีแวร์ อีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้สำหรับการตรวจสอบการทำงานของ Windows ทำให้เราทราบได้ว่ามีอะไรแปลกปลอมเข้ามาหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าไปดูในส่วนของ properties ในแต่ละโปรแกรมแกรมได้ สามารถเข้าไปแก้ไขในส่วนของ program alias ได้อีกด้วย อยากรู้ว่าดีอย่างไร คงต้อง download ไปทดลองได้ดู..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Fine Print 2000&lt;br /&gt;อีกหนึ่งโปรแกรมที่ค่อนข้างชอบเป็นการส่วนตัว Fine Print คือโปรแกรมที่ช่วยในการจัดการเอกสารงานพิมพ์ของเราให้สะดวก ประหยัด ด้วยการจัดการเอกสารที่พิมพ์ให้ออกมาในลักษณะของหนังสือ เช่น พิมพ์เอกสารหลาย ๆ หน้าอยู่ในแผ่นเดียวกัน จัดการตกแต่งเอกสารด้วยการใส่ Header, Footer หรือแม้กระทั่งการใส่ Watermark (ลายน้ำ) เพื่อเพิ่มความโดดเด่นของเอกสารหรืองานพิมพ์ให้ดูดียิ่งขึ้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;File Split v2.0.1&lt;br /&gt;อีกหนึ่ง ฟรี โปรแกรมสำหรับช่วยในการแบ่งไฟล์ ให้มีขนาดเล็ก เพื่อใช้สำหรับการสำรองข้อมูลลงในแผ่นดิสก์ หรือสื่ออื่น ๆ สามารถเลือกแบ่งได้ตั้งแต่ 1 mb ถึง 100 mb มีคำสั่งในการรวมไฟล์ให้อัตโนมัติด้วย โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;File Splitter v1.0&lt;br /&gt;ฟรี Utility เล็ก ๆ ที่ช่วยจัดการแบ่งไฟล์เป็นขนาดเล็ก ๆ ตั้งแต่ 2 - 99 ไฟล์ ช่วยในการนำไปใช้ในการสำรองข้อมูลขึ้นแผ่นดิสก์ หรือแบ่งไฟล์เป็นขนาดเล็ก เพื่อสะดวกในการส่งผ่านทาง internet โปรแกรมมีขนาดเล็กมาก... การใช้งานค่อนข้างง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นโปรแกรมที่น่าสนใจดีตัวหนึ่ง..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Font Assist v3.0&lt;br /&gt;บางครั้งเราไปเห็นรูปแบบตัวอักษรสวย ๆ (หรือที่เราเรียกว่า font) และต้องการนำมาใช้ในเอกสารหรือนำมาใช้ตกแต่งในรูปภาพของเรา อาจมีปัญหาว่า ไม่ทราบว่าเป็น font อะไร โปรแกรมนี้จะช่วยคุณได้ เพียงแค่เลือกรูปแบบของ font ที่ต้องการ ดูตาม font ที่ให้มาก็ได้ จากนั้นคลิก Search ดูก็จะพบ font ที่ต้องการ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Font Lister v2.0&lt;br /&gt;Utility โปรแกรมเล็ก ๆ ที่ช่วยผมได้มากทีเดียว โปรแกรมนี้ไม่มีความสามารถพิเศษอื่นใด นอกจากพิมพ์หน้าตาของ Font บนกระดาษ เลือก Font ที่ต้องการได้ แค่นี้ก็ช่วยให้เราทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้นแล้ว... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Font2Gif&lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมแปลงข้อความจาก Font สวย ๆ มาเป็นรูปภาพ สามารถใส่สีของข้อความ สี background รวมทั้งทำ Transparent background ได้อีกด้วย การบันทึกสามารถเลือกบันทึกเป็น Gif ไฟล์ หรือจุดูในลักษณะของ web page ก็ได้ด้วย... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Free Meter v2.60&lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมตรวจสอบการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณ ตรวจสอบได้ทั้ง CPU, Harddisk Space รวมทั้ง Memory แสดงให้ดูในลักษณะของกราฟ ใช้งานง่ายเพียงรันโปรแกรมทิ้งไว้ นอกจากนี้ยังแถมโปรแกรมในการรับส่ง mail ฟรี อีกด้วย.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Fresh Diagnose v1.0&lt;br /&gt;สุดยอดโปรแกรมสำหรับตรวจสอบเครื่องคอมฯของคุณ ไม่ว่าจะเป็น OS หรือ Hardware ในทุกๆ ชิ้นส่วน เช่น CPU, Harddisk, Ram, Mulit-media เป็นต้น การใช้งานเพียงแค่คลิกเลือก เท่านั้นโปรแกรมจะแสดงรายงานออกมาให้คุณทราบทันที.. โปรแกรมนี้เป็น Shareware แต่สามารถขอ Registration Code แบบ online ฟรีได้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;HDD Temparature &lt;br /&gt;Harddisk เป็นอุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญมากที่สุดภายในคอมพิวเตอร์ ปัญหาหลัก ๆ อย่างหนึ่งของ harddisk คือความร้อน ถ้าความร้อนสูงมากเกินไป จะทำให้ harddisk เสียได้และผลก็คือ ทำให้ข้อมูลที่สำคัญของคุณเสียไป ทางแก้มีครับ ฟรีโปรแกรมตรวจสอบอุณหภูมิของ Harddisk&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Hardware Sensor Monitor Pro&lt;br /&gt;ปัญหาสำคัญของคอมพิวเตอร์ที่มักพบคือ ฝุ่น ซึ่งผลลัพธ์ของฝุ่นที่เกาะบริเวณชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดความร้อนสูง แน่นอนครับเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ร้อนเกินขีดจำกัด จะเกิดผลทำให้การทำงานผิดพลาด หรืออาจเกิดอาการแฮ้งค์ได้ ดังนั้นถ้าจะติดตั้งโปรแกรมเล็ก ๆ ที่คอยตรวจสอบอุณหภูมิไว้ ก็ไม่เลยทีเดียว... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Max Format&lt;br /&gt;เครื่องมือช่วยในการเพิ่มพื้นที่ในแผ่นดิสก์ง่าย ๆ ด้วยการ format ด้วยโปรแกรม Max Format เพียงคลิกเลือก format เช่นเดียวกันกับการ Format ด้วยโปรแกรม Windows ปกติแผ่นดิสก์ 3.5 นิ้วเมื่อ Format จะได้ 1.44 Mb แต่ถ้า Format ด้วย Max Format จะได้พื้นที่ถึง 1.72 MB หรือ 1.68 MB DMF&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;MS Windows Error Messages&lt;br /&gt;โดยปกติ ระหว่างการใช้งาน Windows อาจมีปัญหาหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้น ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ และ Windows ก็จะแสดงหน้าต่างพร้อมบอก error Messages โดยใช้หมายเลขเป็นตัวบ่งบอก หลายต่อหลายครั้ง อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ ปัญหานี้จะแก้ได้โดยโปรแกรมนี้ MS Windows Error Message ซึ่งจะแสดงคำอธิบายของ error แต่ละตัวว่าหมายถึงอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Multilingual Speaking Clock v2.01&lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรม Utility เล็กๆ ในการแสดงเวลาเป็นเสียงพูด โดยจะแสดงเป็นรูปแบบของนาฬิกาแบบดิจิตอล ความสามารรถไม่มีอะไรมากนัก แต่อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าเป็นโปรแกรมที่น่าใช้งานเหมือนกัน และที่สำคัญสามารถตั้งเวลาปลุกโดยใช้เสียงของคุณเองได้อีกด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;PC Booster v1.0 &lt;br /&gt;โปรแกรมช่วยในการปรับปรุงคุณภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์ ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น ทั้งคอมพิวเตอร์ (Harddisk, CD-Rom, Memory) , windows และการใช้งาน internet การปรับแต่งสามารถให้โปรแกรมปรับแต่งอัตโนมัติ หรือจะกำหนดเองได้ด้วย (แต่ต้องอาศัยความเข้าใจสักนิด).. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Personal Address File v1.16 &lt;br /&gt;โปรแกรม utility เล็ก ๆ ที่ช่วยในการบันทึกที่อยู่ ในลักษณะของ card (เช่นเดียวกันนามบัตร) สามารถค้นหาได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะหาจากชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ support ภาษาไทย แถมยังสามารถเลือกพิมพ์ออกมาได้อีกด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Power Defrag V2.00&lt;br /&gt;ถ้าคุณมีปัญหาการใช้งาน Scandisk หรือ Disk Defragmenter ของ Windows ล่ะก็ ขอเชิญมาทดสอบ Power Defrag ดู อีกหนึ่งโปรแกรมสำหรักการจัดการ harddisk ของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถ ตรวจสอบ แก้ไข Registry ใน Windows ของคุณด้วย ถ้าสนใจลองหาซื้อมาใช้ดู ได้ครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Power Desk v4.0.12&lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมสำหรับการจัดการและเข้าถึงโปรแกรมในระบบ windows การใช้งานคล้าย ๆ กับ Windows Explorer แต่ได้รวมความสามารถหลาย ๆ เข้าด้วยกัน สามารถ run คำสั่งได้ dos ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการจัดการเกี่ยวกับ zip file ได้ด้วย สำหรับเวอร์ชั่นนี้สามารถนำไปใช้งานได้ฟรี.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Poweroff v3.0.0.4 &lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมในการตั้งเวลาปิดเครื่อง สามารถสั่งงานในระบบเครือข่ายได้ สามารถสั่ง Shutdown, Reboot, Stand by, Wake on Lan สามารถสั่งให้แสดงข้อความก่อนปิดได้ และเล่นไฟล์ sound ได้ และที่เด่นชัด สามารถตั้งเวลาล่วงหน้าโดยกำหนดเป็นวัน และเวลา.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;PowerPoint Viewer 97&lt;br /&gt;สำหรับผู้ไม่มีโปรแกรม Microsoft Powerpoint สามารถใช้โปรแกรมนี้ดูไฟล์ Powerpoint ได้โดยตรง ต้องการพิมพ์ก็สามารถสั่งพิมพ์ และกำหนดจำนวนที่ต้องการได้ รวมทั้งสามารถตั้งรหัสผ่านในการแสดง presentation ได้อีกด้วย.. ของฟรีจากไมโครซอร์ฟครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Printit v1.1&lt;br /&gt;โปรแกรมที่ช่วยในการพิมพ์ภาพ Jpg สามารถเลือกพิมพ์ภาพเดียวกัน แบ่งเป็น 1,2,4,6,9 และ 16 ภาพ (คล้ายถ่ายภาพติดบัตร) หรือจะนำภาพหลาย ๆ ภาพมาพิมพ์ในแผ่นเดียวกันก็ได้ รวมทั้งสามารถเลือกใส่กรอบได้อีกด้วย... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Quick Hide Windows v1.5 &lt;br /&gt;ฟรี utility เล็กๆ สำหรับซ่อม taskbar หรือ ซ่อน icon บนหน้าจอ หรือที่เราเรียกว่า desktop สำหรับป้องกันการใช้งานในคอมพิวเตอร์ สามารถกำหนดรหัสผ่านได้อีกด้วย การใช้งานจะเรียกผ่าน hot key เป็นตัวเรียกโปรแกรมที่ซ่อนออกมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Ram Booster v1.6&lt;br /&gt;ปกติแล้ว คอมพิวเตอร์จะทำงานได้เร็วส่วนหนึ่งมาจากการที่มี หน่วยความจำมาก ๆ หรือที่เราเรียกว่า แรม หลังจากที่เราใช้งานคอมพิวเตอร์ไปสักพัก หลาย ๆ ครั้งเราจำเป็นจะต้องมีการ boot เครื่องใหม่ (เครื่องแฮ้งค์) ซึ่งดูจะเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ใช้งาน Windows แต่ถ้าคุณอยากลองใช้โปรแกรมเพื่อป้องกันและลดความถี่ในการ boot เครื่องละก็ ลอง download โปรแกรมนี้มาใช้ดู...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Ram Idle v4.5.1&lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมสำหรับจัดการแรมและแคชอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์ของเราทำงานได้เร็วขึ้น แต่ถ้าคุณจะจัดการหน่วยความจำเองก็ได้น่ะค่ะ เพราะเขามีเมนูจัดการให้อีกด้วย... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Registry Saver Pro v1.0 &lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมที่ช่วยในการสำรอง Registry windows ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง ถ้า Registry มีปัญหาเราก็จะไม่สามารถใช้งาน Windows ได้เลย การใช้งานเพียงเรียก registry backup โปรแกรมก็จะทำงานใหัอัตโนมัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Scitech Display Doctor v6.53&lt;br /&gt;เพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผล ตรวจสอบปัญหาเกี่ยวกับจอภาพ พร้อมทั้งสามารถกำหนดรายละเอียดพื้นฐานเช่น กำหนดความละเอียด จำนวนสีของหน้าจอภาพ ผ่านโปรแกรมนี้โดยตรงได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SmartFormat v1.1 &lt;br /&gt;แผ่นดิสก์เก็ตที่มีปัญหา อย่าทิ้ง ! เดี๋ยวนี้เราสามารถแก้ไขปัญหา bad sector ในแผ่นดิสก์ได้แล้วด้วย Smart Format โปรแกรมนี้ สามารถทำแผ่นดิสก์ให้เสียกลับมาใช้ใหม่ได้ อยากรู้ว่าทำอย่างไร จริงเท็จแค่ไหน เชิญศึกษาและทดลองใช้ดู.. (โปรแกรมนี้เป็น Shareware แต่สามารถใช้งานได้ไม่มีจำกัด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Snag it v5.10&lt;br /&gt;ปกติต้องการต้องการภาพของโปรแกรมอะไร เราก็มักจะใช้วิธีการ Print Screen จากนั้นก็ไป paste ที่โปรแกรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel, Powerpoint หรือแม้แต่กระทั่งโปรแกรมด้านกราฟฟิกเช่น Photoshop จากนั้นแล้วก็จะมีการตัดบางส่วนที่ไม่ต้องการออก แล้วจึง save กลับมาในรูปแบบของไฟล์ภาพอีกครั้งหนึ่ง ดู ๆ แล้วค่อนข้างยุ่งยากเกินไป แต่วันนี้คุณสามารถใช้โปรแกรมจับจอภาพโดยเฉพาะ นำมาตกแต่งในรูปแบบของคุณได้แล้ว... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Space Odyssey v2.0&lt;br /&gt;ขยะภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบคอมฯ โดยรวมทำงานช้าลง... คุณทราบหรือไม่ว่าขยะเหล่านี้มาจากไหน? ส่วนใหญ่ ขยะหรือไฟล์ที่เราสามารถลบทิ้งได้ เกิดจากการทำงานของ Windows เองในขณะประมวลผลข้อมูล และส่วนหนึ่งมาจากการใช้งาน internet ขยะเหล่านี้สามารถลบทิ้ง โดยวิธีง่าย ๆ เพียงใช้โปรแกรม Space Oddyseey &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Space Searcher &lt;br /&gt;โปรแกรมที่ช่วยในการตรวจสอบและรายงานพื้นที่ว่างใน harddisk ตรวจสอบขนาดไฟล์ และโปรแกรมต่าง ๆ ที่ใช้ไป สามารถสรุปข้อมูลพิมพ์ออกมาเป็น Excel และพิมพ์ในรูปแบบของ HTML ได้ด้วย.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;System Safe Gold v6.0.1&lt;br /&gt;โปรแกรมช่วยสำรองไฟล์ระบบของ Windows รองรับการทำงานทั้ง Windows 95, 98, NT, 2000 รวมทั้ง Windows ME ด้วย การทำงานจะตรวจสอบและแก้ไขไฟล์ที่เสียอัตโนมัติ กรณีเข้า Windows ไม่ได้ ก็มีโปรแกรมรันแก้ไขในระบบ DOS ได้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;The Magic Watch v1.8 &lt;br /&gt;ฟรี utitliy โปรแกรม นาฬิกาหรือโปรแกรมแสดงเวลาในอีกรูปแบบหนึ่ง สามารถตั้งเวลาปลุกพร้อมแสดงข้อความและเล่นไฟล์เสียงที่ต้องการได้ และยังกำหนดลูกเล่นเพิ่มเติมให้กับ Windows ได้หลายรูปแบบ รวมทั้งการสร้างปุ่ม shutdown ได้เองบน taskbar.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Tweaker 2000 v5.02&lt;br /&gt;หลายต่อหลายครั้ง เราอาจต้องการให้หน้าตา Windows เป็นในลักษณะที่เราต้องการ หรือเบื่อหน่ายกันรูปแบบเดิม ๆ ของ Windows มาวันนี้เรามีโปรแกรมฟรี ๆ มาแนะนำ โปรแกรมตัวนี้สามารถปรับแต่งคุณสมมัติต่าง ๆ ใน Windows ในรูปแบบของคุณได้ เพียงคลิกเลือกรูปแบบที่ต้องการเท่านั้น...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;WallSmart v2.2&lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรม utiltiy ขนาดเล็ก ที่ช่วยในการปรับแต่ง wallpaper ให้อัตโนมัติ สามารถตั้งเวลาการปรับเปลี่ยนทุกนาที ทุกชั่วโมง และที่สำคัญสามารถนำรูปภาพที่คุณถูกใจ มาเป็น wallpaper ได้อีกด้วย ไฟล์ที่รองรับคือ bmp, jpg ครับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;WCPUid v3.1&lt;br /&gt;โปรแกรมตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ชนิดถึงภายในและชิ้นส่วนเลยทีเดียว อยากทราบว่าเครื่องคอมฯ ของคุณตรงกับ spec ที่ซื้อมาหรือไม่ คลิกเข้าไปศึกษาและ download กันเลยครับ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;WinAce Archiver v2.02 &lt;br /&gt;Utility ที่ช่วยในการ compress และ uncompress ข้อมูลได้หลายรูปแบบ แสดงของข้อมูลในลักษณะเช่นเดียวกับ windows explorer นอกจากนี้ยัง support การดูรูปภาพใน format ต่าง ๆ มากมาย ภาษาที่ใช้สามารถเลือกได้ 2 ภาษา คือ อังกฤษ และเยอรมัน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Window Blinds Enhanded v2.0&lt;br /&gt;Utility program ที่น่าสนใจตัวหนึ่ง ที่ทำให้ท่านหายจำเจ หรือเบื่อกับหน้าตาเดิม ๆ ของ Windows เพียงแค่ติดตั้งโปรแกรม Window Blinds จะนั้นเพียงแค่เลือกรูปแบบของ skin ที่ท่านต้องการ แค่นี้ท่านก็จะไดเห็นความแปลกใหม่ของ Windows ของท่านแล้ว... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Win Forcer Lite v2.6 &lt;br /&gt;ฟรี โปรแกรมในการป้องกัน การเข้ามาใช้งานในระบบ Windows เช่น ยกเลิกการใช้คำสั่ง Run, Recycle Bin, My Computer เป็นต้น การควบคุมจะใช้ password ในการเข้าถึง และแก้ไข ส่วนการใช้งานก็เพียงคลิกเลือกหัวข้อที่ต้องการ และยกเลิกหัวข้อที่ไม่ต้องการเท่านั้น.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Winter Cooler v4.6&lt;br /&gt;ฟรี Utility สำหรับตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งช่วยจัดการเกี่ยวกับ Ram + internet เพื่อการทำงานคอมพิวเตอร์ที่สมบูรณ์ขึ้น นอกจากนี้ยังมี System information ที่ช่วยตรวจสอบข้อมูลของอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในเครื่องที่ค่อนข้างละเอียดมาก ๆ... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;WinTune v1.0.43 &lt;br /&gt;เชิญ download WinTune ไปตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ฟรีครับ โปรแกรมนี้มาจาก Windows Magazine สำหรับตรวจสอบ System information, memory, disk, video และส่วนอื่น ๆ อีก จากนั้นก็จะรายงานผลออกมาในรูปแบบของไฟล์ HTML ซึ่งสามารถเปิดได้ด้วยโปรแกรม Browser ทั่ว ๆ ไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Word Viewer 97&lt;br /&gt;สำหรับผู้ไม่มีโปรแกรม Microsoft Word สามารถใช้โปรแกรมนี้ดูไฟล์ Word ได้โดยตรง ดูแบบย่อ ขยาย หรือ ต้องการพิมพ์ก็สามารถสั่งพิมพ์จากโปรแกรมตัวนี้ได้ และที่สำคัญเราสามารถเปิดดูไฟล์ได้ค่อนข้างรวดเร็วมากกว่าเปิดผ่านโปรแกรม Microsoft Word... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Zip Central&lt;br /&gt;freeware โปรแกรมบีบอัดข้อมูล ทางเลือการของใช้โปรแกรมอย่างถูกกฏหมาย ไม่ใช่ shareware ที่มีการกำหนดเวลาการใช้งาน หรือไม่สามารถใช้ความสามารถของโปรแกรมได้เต็มที่ ขนาดไฟล์ไม่ใหญ่มากนัก การใช้งานเหมือนกับโปรแกรม Winzip ที่เชื่อว่าหลายๆ คนได้เคยใช้มาบ้างแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ZipitFast v.2.0&lt;br /&gt;ข่าวด่วน ฟรีโปรแกรม Zip File เช่นเดียวกับโปรแกรม WinZip แต่โปรแกรมตัวนี้เป็น ฟรีแวร์ คือแจกฟรีครับ ส่วนความสามารถก็ไม่แพ้โปรแกรมใหญ่ ๆ ตัวอื่นเลยทีเดียว เชิญคลิกเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้เลยครับ...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-8826447165428386268?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/8826447165428386268/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=8826447165428386268' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/8826447165428386268'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/8826447165428386268'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/utility-program.html' title='Utility  program  คืออะไร'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-3794331873115422980</id><published>2008-09-01T22:09:00.000-07:00</published><updated>2008-09-01T22:23:09.954-07:00</updated><title type='text'>กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอรื</title><content type='html'>หน้า ๔&lt;br /&gt;เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐&lt;br /&gt;พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. ๒๕๕๐&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน&lt;br /&gt;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ  ให้ประกาศว่า&lt;br /&gt;------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ&lt;br /&gt;สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐”&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศ&lt;br /&gt;ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้&lt;br /&gt;“ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงาน&lt;br /&gt;เข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์&lt;br /&gt;หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;หน้า ๕&lt;br /&gt;เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐&lt;br /&gt;“ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดบรรดา&lt;br /&gt;ที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึง&lt;br /&gt;ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย&lt;br /&gt;“ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบ&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา&lt;br /&gt;ชนิดของบริการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น&lt;br /&gt;“ผู้ให้บริการ” หมายความว่ว&lt;br /&gt;(๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดย&lt;br /&gt;ประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือ&lt;br /&gt;ในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น&lt;br /&gt;(๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น&lt;br /&gt;“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม&lt;br /&gt;“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้&lt;br /&gt;“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้&lt;br /&gt;มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรักษาการตาม&lt;br /&gt;พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้&lt;br /&gt;กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;หมวด ๑&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;มาตรา ๕ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึง&lt;br /&gt;โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน&lt;br /&gt;หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;มาตรา ๖ ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ&lt;br /&gt;ถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุก&lt;br /&gt;ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;หน้า ๖&lt;br /&gt;เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ&lt;br /&gt;และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&lt;br /&gt;หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้&lt;br /&gt;ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น&lt;br /&gt;มิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&lt;br /&gt;สามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือ&lt;br /&gt;บางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน&lt;br /&gt;หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุก&lt;br /&gt;ไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา ๑๑ ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิด&lt;br /&gt;หรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของ&lt;br /&gt;บุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;มาตรา ๑๒ ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐&lt;br /&gt;(๑) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นในทันทีหรือ&lt;br /&gt;ในภายหลังและไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกิน&lt;br /&gt;สองแสนบาท&lt;br /&gt;(๒) เป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบ&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง&lt;br /&gt;ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ หรือเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ&lt;br /&gt;ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และ&lt;br /&gt;ปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท&lt;br /&gt;ถ้าการกระทำความผิดตาม (๒) เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่&lt;br /&gt;สิบปีถึงยี่สิบปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;หน้า ๗&lt;br /&gt;เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐&lt;br /&gt;มาตรา ๑๓ ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือ&lt;br /&gt;ในการกระทำความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือ&lt;br /&gt;มาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ&lt;br /&gt;ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ&lt;br /&gt;ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน&lt;br /&gt;(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด&lt;br /&gt;ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน&lt;br /&gt;(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง&lt;br /&gt;แห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา&lt;br /&gt;(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและ&lt;br /&gt;ข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้&lt;br /&gt;(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑)&lt;br /&gt;(๒) (๓) หรือ (๔)&lt;br /&gt;มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔&lt;br /&gt;ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตาม&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา ๑๔&lt;br /&gt;มาตรา ๑๖ ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูล&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม&lt;br /&gt;หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้น&lt;br /&gt;เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ&lt;br /&gt;ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทำไม่มีความผิด&lt;br /&gt;ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้&lt;br /&gt;ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือ&lt;br /&gt;บุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย&lt;br /&gt;มาตรา ๑๗ ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้นอกราชอาณาจักรและ&lt;br /&gt;----------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้า ๘&lt;br /&gt;เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐&lt;br /&gt;(๑) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้นหรือ&lt;br /&gt;ผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ&lt;br /&gt;(๒) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหายและ&lt;br /&gt;ผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ&lt;br /&gt;จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร&lt;br /&gt;หมวด ๒&lt;br /&gt;พนักงานเจ้าหน้าที่&lt;br /&gt;มาตรา ๑๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวนในกรณีที่มี&lt;br /&gt;เหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;อย่างใด ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด&lt;br /&gt;และหาตัวผู้กระทำความผิด&lt;br /&gt;(๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ&lt;br /&gt;นี้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งเอกสาร ข้อมูล หรือหลักฐานอื่นใดที่อยู่ในรูปแบบ&lt;br /&gt;ที่สามารถเข้าใจได้&lt;br /&gt;(๒) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบ&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์หรือจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;(๓) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการที่ต้องเก็บตามมาตรา ๒๖ หรือที่อยู่&lt;br /&gt;ในความครอบครองหรือควบคุมของผู้ให้บริการให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่&lt;br /&gt;(๔) ทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ จากระบบคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์นั้นยัง&lt;br /&gt;มิได้อยู่ในความครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่&lt;br /&gt;(๕) สั่งให้บุคคลซึ่งครอบครองหรือควบคุมข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บ&lt;br /&gt;ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่&lt;br /&gt;(๖) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด อันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับ&lt;br /&gt;การกระทำความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและสั่งให้บุคคลนั้นส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นให้ด้วยก็ได้&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้า ๙&lt;br /&gt;เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐&lt;br /&gt;(๗) ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด หรือสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการ&lt;br /&gt;เข้ารหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำการถอดรหัสลับ หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ใน&lt;br /&gt;การถอดรหัสลับดังกล่าว&lt;br /&gt;(๘) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียด&lt;br /&gt;แห่งความผิดและผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้&lt;br /&gt;มาตรา ๑๙ การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ&lt;br /&gt;(๘) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่&lt;br /&gt;ดำเนินการตามคำร้อง ทั้งนี้ คำร้องต้องระบุเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระทำหรือกำลังจะกระทำการ&lt;br /&gt;อย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เหตุที่ต้องใช้อำนาจ ลักษณะของการกระทำ&lt;br /&gt;ความผิด รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดและผู้กระทำความผิด เท่าที่สามารถ&lt;br /&gt;จะระบุได้ ประกอบคำร้องด้วยในการพิจารณาคำร้องให้ศาลพิจารณาคำร้องดังกล่าวโดยเร็ว&lt;br /&gt;เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ก่อนดำเนินการตามคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำเนา&lt;br /&gt;บันทึกเหตุอันควรเชื่อที่ทำให้ต้องใช้อำนาจตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มอบให้&lt;br /&gt;เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐาน แต่ถ้าไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครอง&lt;br /&gt;เครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ ณ ที่นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งมอบสำเนาบันทึกนั้นให้แก่เจ้าของหรือ&lt;br /&gt;ผู้ครอบครองดังกล่าวในทันทีที่กระทำได้&lt;br /&gt;ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เป็นหัวหน้าในการดำเนินการตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ&lt;br /&gt;(๘) ส่งสำเนาบันทึกรายละเอียดการดำเนินการและเหตุผลแห่งการดำเนินการให้ศาลที่มีเขตอำนาจ&lt;br /&gt;ภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาลงมือดำเนินการ เพื่อเป็นหลักฐาน&lt;br /&gt;การทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา ๑๘ (๔) ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อ&lt;br /&gt;ได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และต้องไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินกิจการของ&lt;br /&gt;เจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเกินความจำเป็น&lt;br /&gt;การยึดหรืออายัดตามมาตรา ๑๘ (๘) นอกจากจะต้องส่งมอบสำเนาหนังสือแสดงการยึดหรือ&lt;br /&gt;อายัดมอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐานแล้วพนักงานเจ้าหน้าที่จะ&lt;br /&gt;สั่งยึดหรืออายัดไว้เกินสามสิบวันมิได้ ในกรณีจำเป็นที่ต้องยึดหรืออายัดไว้นานกว่านั้น ให้ยื่นคำร้อง&lt;br /&gt;ต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอขยายเวลายึดหรืออายัดได้ แต่ศาลจะอนุญาตให้ขยายเวลาครั้งเดียวหรือ&lt;br /&gt;หลายครั้งรวมกันได้อีกไม่เกินหกสิบวัน เมื่อหมดความจำเป็นที่จะยึดหรืออายัดหรือครบกำหนดเวลา&lt;br /&gt;ดังกล่าวแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องส่งคืนระบบคอมพิวเตอร์ที่ยึดหรือถอนการอายัดโดยพลัน&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้า ๑๐&lt;br /&gt;เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐&lt;br /&gt;หนังสือแสดงการยึดหรืออายัดตามวรรคห้าให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง&lt;br /&gt;มาตรา ๒๐ ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลาย&lt;br /&gt;ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในภาคสอง&lt;br /&gt;ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อย&lt;br /&gt;หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้อง&lt;br /&gt;พร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูล&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์นั้นได้&lt;br /&gt;ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ให้&lt;br /&gt;พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้&lt;br /&gt;แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;มาตรา ๒๑ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดมีชุดคำสั่งไม่พึง&lt;br /&gt;ประสงค์รวมอยู่ด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่อาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอให้มีคำสั่งห้าม&lt;br /&gt;จำหน่ายหรือเผยแพร่ หรือสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นระงับการใช้ ทำลาย&lt;br /&gt;หรือแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขในการใช้ มีไว้ในครอบครอง หรือ&lt;br /&gt;เผยแพร่ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ดังกล่าวก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ตามวรรคหนึ่งหมายถึงชุดคำสั่งที่มีผลทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือ&lt;br /&gt;ระบบคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทำลาย ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม&lt;br /&gt;ขัดข้อง หรือปฏิบัติงานไม่ตรงตามคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือโดยประการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง&lt;br /&gt;ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นชุดคำสั่งที่มุ่งหมายในการป้องกันหรือแก้ไขชุดคำสั่งดังกล่าวข้างต้น ตามที่รัฐมนตรี&lt;br /&gt;ประกาศในราชกิจจานุเบกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;มาตรา ๒๒ ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูล&lt;br /&gt;จราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ให้แก่บุคคลใด&lt;br /&gt;ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการกระทำเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด&lt;br /&gt;ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่&lt;br /&gt;โดยมิชอบ หรือเป็นการกระทำตามคำสั่งหรือที่ได้รับอนุญาตจากศาล&lt;br /&gt;พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน&lt;br /&gt;หกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้า ๑๑&lt;br /&gt;เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐&lt;br /&gt;มาตรา ๒๓ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุก&lt;br /&gt;ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;มาตรา ๒๔ ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของ&lt;br /&gt;ผู้ใช้บริการ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ และเปิดเผยข้อมูลนั้นต่อผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษ&lt;br /&gt;จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;มาตรา ๒๕ ข้อมูล ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่&lt;br /&gt;ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย&lt;br /&gt;วิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยานได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจ&lt;br /&gt;มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น&lt;br /&gt;มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน&lt;br /&gt;นับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการ&lt;br /&gt;ผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย&lt;br /&gt;และเฉพาะคราวก็ได้&lt;br /&gt;            ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการ&lt;br /&gt;นับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง&lt;br /&gt;ความในวรรคหนึ่งจะใช้กับผู้ให้บริการประเภทใด อย่างไร และเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรี&lt;br /&gt;ประกาศในราชกิจจานุเบกษา&lt;br /&gt;ผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;มาตรา ๒๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา ๑๘&lt;br /&gt;หรือมาตรา ๒๐ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท&lt;br /&gt;และปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;มาตรา ๒๘ การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้&lt;br /&gt;และความชำนาญเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนด&lt;br /&gt;มาตรา ๒๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงาน&lt;br /&gt;ฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจรับคำร้องทุกข์&lt;br /&gt;หรือรับคำกล่าวโทษ และมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัตินี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;หน้า ๑๒&lt;br /&gt;เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐&lt;br /&gt;ในการจับ ควบคุม ค้น การทำสำนวนสอบสวนและดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตาม&lt;br /&gt;พระราชบัญญัตินี้ บรรดาที่เป็นอำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือพนักงาน&lt;br /&gt;สอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานงานกับพนักงาน&lt;br /&gt;สอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป&lt;br /&gt;ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรีมีอำนาจร่วมกัน&lt;br /&gt;กำหนดระเบียบเกี่ยวกับแนวทางและวิธีปฏิบัติในการดำเนินการตามวรรคสอง&lt;br /&gt;------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา ๓๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคล&lt;br /&gt;ซึ่งเกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;บัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา&lt;br /&gt;ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ&lt;br /&gt;พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์&lt;br /&gt;นายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;หน้า ๑๓&lt;br /&gt;เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐&lt;br /&gt;หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็น&lt;br /&gt;ส่วนสำคัญของการประกอบกิจการและการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากมีผู้กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ระบบ&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้หรือทำให้การทำงานผิดพลาดไปจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือ&lt;br /&gt;ใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือ&lt;br /&gt;ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิด&lt;br /&gt;ความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรม&lt;br /&gt;อันดีของประชาชน สมควรกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าว จึงจำเป็น&lt;br /&gt;ต้องตราพระราชบัญญัตินี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-3794331873115422980?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/3794331873115422980/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=3794331873115422980' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/3794331873115422980'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/3794331873115422980'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/blog-post_7932.html' title='กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอรื'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-7587452893022359443</id><published>2008-09-01T22:08:00.000-07:00</published><updated>2008-09-01T22:09:07.335-07:00</updated><title type='text'>www.  คืออะไร</title><content type='html'>World Wide Web &lt;br /&gt;World Wide Web หรือ WWW หรือ W3 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Web เป็นรูปแบบหนึ่งของระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายข่าวสาร ใช้ในการค้นหา &lt;br /&gt;ข้อมูลข่าวสารบน Internet จากแหล่งข้อมูลหนึ่ง ไปยังแหล่ง ข้อมูลที่อยู่&lt;br /&gt;ห่างไกล ให้มีความง่ายต่อการใช้งานมากที่สุด WWW จะแสดงผลอยู่ใน&lt;br /&gt;รูปแบบของเอกสารที่เรียกว่า ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hyper Text) ซึ่งเป็นฐาน &lt;br /&gt;ข้อมูลชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่รวบรวมข่าวสารข้อมูลที่อยู่กระจัดกระจายในที่&lt;br /&gt;ต่าง ๆ ทั่วโลกให้สามารถนำมาใช้งานได้เสมือนอยู่ในที่เดียวกัน คล้ายกับ&lt;br /&gt;เส้นใยแมงมุมที่ถักถอเส้นสายเชื่อมโยงกันไปมา เส้นใยจำนวนมากเหล่านี้&lt;br /&gt;จะถูกจัดวางทับกัน มีจุดเชื่อมต่อที่ทำให้ตัวแมงมุมสามารถที่จะเดินทาง&lt;br /&gt;ไปยังจุดใด ๆ บนเส้นใยเหล่านี้ได้ซึ่งเป็นที่มาของ W ตัวที่สาม คือ Web &lt;br /&gt;นั่นเอง Hyper Text ที่ถูกสร้างขึ้นจะอยู่ในรูปของแฟ้มเอกสาร HTML &lt;br /&gt;ซึ่งเป็นลักษณะของ Document file ที่มีการกำหนดคุณสมบัติ markup &lt;br /&gt;ของเว็บเพจ เข้าไป แต่ยังไม่สามารถแสดงผลข้อมูลออกมา ให้ใช้งานได้ &lt;br /&gt;โดยตรงถ้าต้องการดูข้อมูลที่เกิดจากการสร้างจะต้องผ่านโปรแกรมที่ทำ&lt;br /&gt;หน้าที่แปลคำสั่งนั้นก่อนเราเรียกโปรแกรมที่ทำหน้าที่นี้ว่า&lt;br /&gt;"โปรแกรมเว็บเบราเซอร์" (Web Browser Program) หน้าที่หลักของ โปรแกรมคือเป็นตัวแปลคำสั่งของไฮเปอร์เท็กซ์แล้วแสดงผลออกมาเป็น &lt;br /&gt;รูปภาพ เสียง ข่าวสารและข้อมูล โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ มีมากมายหลาย&lt;br /&gt;โปรแกรม เช่น Mosaic , Netscape Comunicator , Internet Explorer &lt;br /&gt;Opera ปัจจุบันโปรแกรม Mosaic ไม่ค่อยมีผู้นิยมใช้แล้ว ตัวอย่างการเรียก &lt;br /&gt;ใช้ข้อมูล ผ่านโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ Netscape Comunicator&lt;br /&gt;URL (Uniform Resource Locator) คือ&lt;br /&gt;เป็นที่อยู่ของเว็บไซต์ที่ผู้ใช้บริการจะเข้าไปเรียกดูข้อมูล &lt;br /&gt;ชื่อโดเมนยังสามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของ URL ได้รูปแบบมีดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;โปรโตคอล://ชื่อโดเมน/ชื่อไดเรกทอรี่ที่เก็บไฟล์ในโฮสต์/ชื่อไฟล์ในโฮสต์&lt;br /&gt;ตัวอย่างของโปรโตคอลที่เรียกใช้บริการได้ เช่น http:// หรือ ftp:// เป็นต้น&lt;br /&gt;HTML(HyperText Markup Language) คืออะไร&lt;br /&gt;&gt;&gt;&gt;เว็บเพจจะถูกสร้างขึ้นมาจากภาษา HTML &lt;br /&gt;HTML เป็นภาษาสำหรับทำเครื่องหมายอันประกอบด้วยคำสั่งที่เรียกว่า “Tags” ที่เป็นตัวกำหนดว่าเว็บเพจจะมีข้อความอะไร มีการแสดงรูปภาพ เสียง และวีดีโอที่ตำแหน่งใด หรือมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจอื่นอีกหรือไม่ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;HTML&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;• HTML ( HyperText Markup Language ) คือภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันมากที่สุดบนอินเตอร์เนต เป็นภาษาง่าย ๆ ไม่มีความสลับซับซ้อนมากนัก มีขึ้นเพื่อที่จะเป็นตัวแปลอ่าน code คำสั่งในเอกสารเพื่อแสดงผลในรูปแบบต่าง ๆ เช่นให้แสดงอักษร แสดงภาพ เชื่อมโยงเอกสาร (HyperLink) เปิด-ปิดเสียง เชื่อมโยงไฟล์ประเภทต่าง ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;• HTML ย่อมาจาก HyperText Markup Language โดยทำหน้าที่เป็นเหมืนภาษาโปรแกรมมิ่งคำสั่งที่ใช้ในการแสดงผล HTML เรียกว่า Tag ซึ่งมีเครื่องหมายมากกว่า และเครื่องหมายน้อยกว่า โดยมีคำสั่งอยู่ระหว่างกลาง ซึ่งเป็นคำสั่งเพื่อให้เว็บเบราวเซอร์ทำการแสดงผล ตังอย่างเช่น คำสั่ง &lt;br /&gt;เป็นคำสั่งสำหรับใช้ขึ้นย่อหน้าใหม่ &lt;br /&gt;• ส่วนใหญ่แล้วคำสั่ง ของ HTML จะมี 2 ส่วน คือ คำสั่งเปิดและคำสั่งปิด โดย คำสั่งเปิดจะอยู่ในเครื่องหมาย &lt; … &gt; และคำสั่งปิดจะอยู่ในเครื่องหมาย ซึ่งจะมีเครื่องหมาย “/” อยู่ด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-7587452893022359443?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/7587452893022359443/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=7587452893022359443' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/7587452893022359443'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/7587452893022359443'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/www.html' title='www.  คืออะไร'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-4027249531673839252</id><published>2008-09-01T21:10:00.000-07:00</published><updated>2008-09-01T21:56:43.754-07:00</updated><title type='text'>ระบบปฏิบัติการ</title><content type='html'>ไทยบีเอสดี &lt;br /&gt;สังคมคนรัก FreeBSD แหล่งรวมความรู้เกี่ยวกับ FreeBSD สอนการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ (Server) &lt;br /&gt;http://www.thaibsd.com &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไทยลีนุกส์ &lt;br /&gt;พัฒนาโปรแกรมThai Linux เพื่อให้คนไทยได้ใช้โปรแกรม ให้ความรู้ และตอบปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานซอฟต์แวร์ &lt;br /&gt;http://linux.thai.net/ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลินุกซ์ซิส &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลินุกซ์ซิส (Linux SIS : Linux School or Small Office Internet Server) คือ ชุดซอฟต์แวร์ สำเร็จรูป ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติการของคนไทยที่ทำหน้าที่เป็น อินเทอร์เน็ต หรืออินทราเน็ตเซิร์ฟเวอร์ (Internet / Intranet Server) ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ &lt;br /&gt;http://www.nectec.or.th/linux-sis &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินโดวส์ เอ็กซ์พี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรู้เกี่ยวกับวินโดวส์ เอ็กซ์พี (Windows XP) ข้อมูลทาวด้านเทคนิค &lt;br /&gt;http://www.microsoft.com/Thailand/WindowsXP &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;palermo &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;luogo interessante, soddisfare interessante, buon![URL=http://www.walterv822.info/palermo] palermo [/URL] [URL=http://www.walterv822.info/palermo/alberghi_sicilia.php] alberghi_sicilia [/URL] [URL=http://www.walterv822.info/palermo/www_sicilia.php] www_sicilia [/URL] [URL=http://www.walterv822.info/palermo/agriturismo_palermo.php] agriturismo_palermo [/URL] [URL=http://www.walterv822.info/palermo/liste_elettorali_sicilia.php] liste_elettorali_sicilia [/URL] [URL=http://www.walterv822.info/palermo/navi_veloci.php] navi_veloci [/URL] [URL=http://www.walterv822.info/palermo/leggi_regione_sicilia.php] leggi_regione_sicilia [/URL] &lt;br /&gt;http://www.walterv822.info/palermo &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;farsi &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;maledirlo! luogo grande, si! : D[URL=http://www.ternhii.org/farsi] farsi [/URL] [URL=http://www.ternhii.org/farsi/farsi_sposare.php] farsi_sposare [/URL] [URL=http://www.ternhii.org/farsi/come_farsi_scopare.php] come_farsi_scopare [/URL] [URL=http://www.ternhii.org/farsi/farsi_guardare.php] farsi_guardare [/URL] [URL=http://www.ternhii.org/farsi/farsi_scopare.php] farsi_scopare [/URL] [URL=http://www.ternhii.org/farsi/farsi_fottere.php] farsi_fottere [/URL] [URL=http://www.ternhii.org/farsi/farsi_fare_una_sega.php] farsi_fare_una_sega [/URL] &lt;br /&gt;http://www.ternhii.org/farsi &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Mary &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Looks much more jamigoga [http://donate.678host.com/ | donate] [link=http://donate.678host.com/ ] donate computer[/link] [link=http://donate.678host.com/ ] donate life[/link] [http://donate.678host.com/ | donate book] [[http://donate.678host.com/ | donate clothing]] donate magazine &lt;br /&gt;donate neopoints &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;awtmase &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://users3.nofeehost.com/balabar/home-in-foreclosure home in foreclosure http://users3.nofeehost.com/balabar/government-foreclosure-house government foreclosure house http://users3.nofeehost.com/balabar/allegheny-carolina-county-foreclosure-north allegheny carolina county foreclosure north &lt;br /&gt;http://users3.nofeehost.com/balabar/pre-foreclosure &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กนคร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความ Freebsd linux java php mysql เว็บบอร์ด &lt;br /&gt;http://www.deknakhon.org &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Alfred &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Hi, nice site! :) &lt;br /&gt;http://lotensin.yourcatalogfree.info &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;viagradiscount &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://viagra-discount-retail.buy-viagara.info/index.html viagra discount retail http://viagra-discount-retail.buy-viagara.info/viagra-retail-discount.html viagra retail discount &lt;br /&gt;http://viagra-discount-retail.buy-viagara.info &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;deborahkerr &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://deborah-kerr.buy-viagara.info/index.html deborah kerr &lt;br /&gt;http://deborah-kerr.buy-viagara.info &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;cartoonporn &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://cartoonporn.all-adult-friend-finder.info/index.html cartoonporn &lt;br /&gt;http://cartoonporn.all-adult-friend-finder.info&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;lesbiansex &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://lesbiansex.all-adult-friend-finder.info/index.html lesbiansex &lt;br /&gt;http://lesbiansex.all-adult-friend-finder.info &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;weatherchannel &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://weatherchannel.all-nintendo-wii.info/index.html weatherchannel &lt;br /&gt;http://weatherchannel.all-nintendo-wii.info &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;bigass &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://all-bigass.info/index.html bigass &lt;br /&gt;http://all-bigass.info &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;yahoomaps &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://yahoo-maps.yahoo-us.info/index.html yahoo maps &lt;br /&gt;http://yahoo-maps.yahoo-us.info &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;yahoofinance &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://yahoo-finance.yahoo-us.info/index.html yahoo finance &lt;br /&gt;http://yahoo-finance.yahoo-us.info &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;viagra &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://viagra.msn-us.info/index.html a useing viagra &lt;br /&gt;http://viagra.msn-us.info &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;google &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://google.worldbreak.com/index.html google &lt;br /&gt;http://google.worldbreak.com &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;cheapcigarettes&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;http://cheap-cigarettes.you-porns.info/index.html cheap cigarettes &lt;br /&gt;http://cheap-cigarettes.you-porns.info/index.html &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ระบบปฎิบัติการ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-4027249531673839252?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/4027249531673839252/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=4027249531673839252' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/4027249531673839252'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/4027249531673839252'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/blog-post_4747.html' title='ระบบปฏิบัติการ'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-5937697884381643369</id><published>2008-09-01T20:35:00.000-07:00</published><updated>2008-09-01T21:05:48.629-07:00</updated><title type='text'>เครือข่ายคอมพิวเตอร์</title><content type='html'>เครือข่ายคอมพิวเตอรื&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                 เครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบพื้นฐาน &lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นรุ่นเดียวกัน หรือประเภทเดียวกัน &lt;br /&gt;คุณสามารถนำเอาคอมพิวเตอร์หลากหลายรุ่น  หลากหลายประเภทมาเชื่อมต่อกันได้ ไม่ว่าจะเป็น &lt;br /&gt;เครื่องพีซี แมคอินทอช หรือยูนิกซ์เวิร์กสเตชัน โดยใช้คอนเน็กเตอร์ (Bridge) เป็นตัวเชื่อมระบบ &lt;br /&gt;ที่ต่างกันให้เป็นระบบเดียวกันได้ นอกจากนั้นยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่น ๆ &lt;br /&gt;เช่น  เครื่องพิมพ์  แฟกซ์  เทปแบ๊กอัป หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่น ๆ  และสามารถใช้งานอุปกรณ์ &lt;br /&gt;เหล่านี้ได้โดยเรียกผ่านคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เอง   เป็นการใช้ทรัพยากรในระบบเครือข่ายร่วมกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy2TTnW6jI/AAAAAAAAADc/V0SWS1m4TPs/s1600-h/555.gif"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy2TTnW6jI/AAAAAAAAADc/V0SWS1m4TPs/s320/555.gif" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5241264509151537714" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เซอร์เวอร์ (Server) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     เซอร์เวอร์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครืองแม่ข่าย เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หลักในเครือข่าย &lt;br /&gt;ที่ทำหน้าที่จัดเก็บและให้บริการไฟล์ข้อมูลและทรัพยากรอื่นๆ กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ใน &lt;br /&gt;เครือข่าย โดยปกติคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้เป็นเซอร์เวอร์มักจะเป็นเครื่องที่มีสมรรถนะสูง และ &lt;br /&gt;มีฮาร์ดดิกส์ความจำสูงกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ในเครือข่าย                            . &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไคลเอนต์ (Client)&lt;br /&gt;     หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องลูกข่าย เป็นคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายที่ร้องขอ &lt;br /&gt;บริการและเข้าถึงไฟล์ข้อมูลที่จัดเก็บในเซอร์เวอร์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ไคลเอนต์ เป็นคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;ของผู้ใช้แต่ละคนในระบบเครือข่ายนั่นเอง                                                   &lt;br /&gt;เซอร์เวอร์ (Server) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy14OcBjaI/AAAAAAAAADU/VlQe_7tlhJg/s1600-h/444.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy14OcBjaI/AAAAAAAAADU/VlQe_7tlhJg/s320/444.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5241264043905355170" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;----------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy3bj9kWbI/AAAAAAAAADs/W8cLA8WvSDQ/s1600-h/666.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy3bj9kWbI/AAAAAAAAADs/W8cLA8WvSDQ/s320/666.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5241265750490241458" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฮับ (Hub) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอุปกรณ์ศูนย์กลาง ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ เข้าด้วยกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy3bj9kWbI/AAAAAAAAADs/W8cLA8WvSDQ/s1600-h/666.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy3bj9kWbI/AAAAAAAAADs/W8cLA8WvSDQ/s320/666.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5241265750490241458" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บริดจ์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         เป็นอุปกรณ์ที่มักจะใช้ในการเชื่อมต่อวงแลน  (LAN Segments)   เข้าด้วยกัน &lt;br /&gt;ทำให้สามารถขยายขอบเขตของ LAN ออกไปได้เรื่อยๆ โดยที่ประสิทธิภาพรวมของระบบ &lt;br /&gt;ไม่ลดลงมากนัก เนื่องจากการติดต่อของเครื่องที่อยู่ในเซกเมนต์เดียวกันจะไม่ถูกส่งผ่าน &lt;br /&gt;ไปรบกวนการจราจรของเซกเมนต์อื่น และเนื่องจากบริดจ์เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานอยู่ในระดับ &lt;br /&gt;Data Link Layer    จึงทำให้สามารถใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่แตกต่างกันในระดับ &lt;br /&gt;Physical และ Data Link ได้ เช่น ระหว่าง Eternet กับ Token Ring เป็นต้น        . &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บริดจ์มักจะถูกใช้ในการเชื่อมเครือข่ายย่อย ๆ ในองค์กรเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายใหญ่ &lt;br /&gt;เพียงเครือข่ายเดียว เพื่อให้เครือข่ายย่อยๆ เหล่านั้นสามารถติดต่อกับเครือข่ายย่อยอื่นๆ ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราท์เตอร์  &lt;br /&gt;     &lt;br /&gt;          เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบเครือข่ายหลายระบบเข้าด้วยกัน คล้ายกับบริดจ์ แต่มีส่วนการ ทำงานที่ซับซ้อนมากกว่าบริดจ์มาก  โดยเราท์เตอร์จะมีเส้นทางการเชื่อมโยงระหว่าง แต่ละเครือข่าย&lt;br /&gt;เก็บไว้เป็นตารางเส้นทาง เรียกว่า Routing Table    ทำให้เราท์เตอร์สามารถทำหน้าที่จัดหาเส้นทางและ&lt;br /&gt;เลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทาง เพื่อการติดต่อระหว่างเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ &lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy5ZG1ErdI/AAAAAAAAAEE/HcpQ0ia6fQw/s1600-h/router.gif"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy5ZG1ErdI/AAAAAAAAAEE/HcpQ0ia6fQw/s320/router.gif" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5241267907333500370" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;เกตเวย์ (Gateway) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     เกตเวย์เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายต่างประเภทเข้าด้วยกัน เช่น &lt;br /&gt;การใช้เกตเวย์ในการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทพีซี   (PC) &lt;br /&gt;เข้ากับคอมพิวเตอร์ประเภทแมคอินทอช (MAC) เป็นต้น    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy54RC-YAI/AAAAAAAAAEM/VKPAkx4JnNg/s1600-h/gateway.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy54RC-YAI/AAAAAAAAAEM/VKPAkx4JnNg/s320/gateway.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5241268442652106754" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  โมเดม (Modem) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      โมเดม  เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณคอมพิวเตอร์  ให้สามารถส่งสัญญาณผ่าน &lt;br /&gt;สายโทรศัพท์เพื่อติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ &lt;br /&gt;โมเดมจะมีทั้งชนิดเชื่อมต่อภายนอก (External Modem)   และชนิดที่เป็นการ์ดอยู่ภาย &lt;br /&gt;ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (Internal Modem)                                          . &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy6if1WpOI/AAAAAAAAAEc/f3gDEFhXBes/s1600-h/modem.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy6if1WpOI/AAAAAAAAAEc/f3gDEFhXBes/s320/modem.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5241269168176014562" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-----------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-5937697884381643369?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/5937697884381643369/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=5937697884381643369' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/5937697884381643369'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/5937697884381643369'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/blog-post_01.html' title='เครือข่ายคอมพิวเตอร์'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_ZMMg8egAw8s/SLy2TTnW6jI/AAAAAAAAADc/V0SWS1m4TPs/s72-c/555.gif' height='72' width='72'/><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-4437901464201804688</id><published>2008-09-01T19:53:00.003-07:00</published><updated>2008-09-01T19:53:44.733-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...Z</title><content type='html'>Zmodem&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นตัวเสริม Xmodem ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแบบในการถ่ายทอดแฟ้มข้อมูล เมื่อต้องถ่ายทอดแฟ้มข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้มีความผิดพลาดน้อยลง Zmodem มีกิจลักษณ์ที่ช่วยเสริมการถ่ายทอดข้อมูลต่างๆ เช่น ตรวจสอบจุดที่จะเริ่มต้นส่งข้อมูล เมื่อการส่งข้อมูลขัดข้องและต้องหยุดชะงักลงโดยที่ไม่ต้องไปเริ่มต้นส่งข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้นใหม่ เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-4437901464201804688?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/4437901464201804688/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=4437901464201804688' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/4437901464201804688'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/4437901464201804688'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/z.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...Z'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-550819730639764757</id><published>2008-09-01T19:52:00.003-07:00</published><updated>2008-09-01T19:52:59.303-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...Y</title><content type='html'>Yoke&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โยก เป็นขดลวด (coil) ในหลอด CRT (cathode-ray tube) ที่ทำหน้าที่ให้ลำแสงอิเล็กตรอนหักเห เพื่อให้ฉายไปกระทบจุดที่ต้องการบนจอภาพ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-550819730639764757?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/550819730639764757/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=550819730639764757' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/550819730639764757'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/550819730639764757'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/y.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...Y'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-9197019100474440242</id><published>2008-09-01T19:52:00.001-07:00</published><updated>2008-09-01T19:52:25.162-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...X</title><content type='html'>Xmodem&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โปรโตคอลที่ใช้ในการถ่ายทอดแฟ้มข้อมูลแบบหนึ่ง ใช้ในการสื่อสารแบบ asynchronous communications ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย Ward Christensen เมื่อปี พ.ศ. 2520 Xmodem ถ่ายทอดสารสนเทศในลักษณะเป็นตอน (block) ตอนละ 128 ไบต์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;XON / XOFF&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสารแบบ asynchronous communications อีกแบบหนึ่ง ซึ่งคอมพิวเตอร์เครื่องที่รับข้อมูลจะใช้อักษรพิเศษเป็นตัวควบคุมการไหลของข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องที่ส่งข้อมูล เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่รับข้อมูลไม่สามารถรับข้อมูลต่อไปได้เพราะ buffer เต็มแล้วมันก็จะถ่ายทอดสัญญาณ XOFF ออกไป ซึ่งจะบอกให้เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องส่งข้อมูลทราบและหยุดส่งข้อมูลไว้ก่อนและเมื่อเครื่องรับข้อมูลสามารถรับข้อมูลได้ สัญญาณ XON ก็จะถูกส่งไป คอมพิวเตอร์เครื่องที่ส่งข้อมูลก็สามารถส่งข้อมูลมาได้อีก &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-9197019100474440242?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/9197019100474440242/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=9197019100474440242' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/9197019100474440242'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/9197019100474440242'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/x.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...X'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-3233177385252770939</id><published>2008-09-01T19:51:00.001-07:00</published><updated>2008-09-01T19:51:41.840-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...W</title><content type='html'>WAN&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู wide area network &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“what if”&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การประเมินค่าทางบัญชีแบบหนึ่งโดยการใช้ค่าทางบัญชีอย่างใดอย่างหนึ่งแทนค่าลงไปเพื่อจะดู ผลลัพธ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าค่าเหล่านั้นเป็นค่าที่ใส่ไปใหม่ what if สามารถนำไปใช้วิเคราะห์และประเมินผลในสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;wide area network&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครือข่ายการสื่อสารบริเวณกว้าง มักใช้เป็นคำย่อว่า WAN &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;wildcard character&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ตัวอักษรตัวหนึ่งตัวใด บนแป้นพิมพ์ ซึ่งสามารถใช้แทนตัวอักษรตัวอื่นตัวหนึ่งหรือหลายตัวได้ตามปรกติจะใช้ในกิจกรรมของระบบการควบคุมการทำงาน เช่น ใช้แทนชื่อแฟ้มข้อมูล เป็นต้น ตัวอย่าง เช่น ใน MS-DOS เครื่องหมาย “?” เป็น wildcard character ใช้แทนตัวอักษรตัวหนึ่งเครื่องหมาย * สามารถใช้แทนอักษรได้จำนวนหนึ่ง เป็นต้น ตัวอย่างเช่น ?IGHT.DOC อาจหมายถึง RIGHT.DOC, FIGHT.DOC, HIGHT.DOC หรืออื่นๆ ก็ได้ และ *.DOC อาจหมายถึงชื่อแฟ้มข้อมูลใดๆ ที่ลงท้าย ชื่อว่า .DOC ได้ และ *.* อาจหมายถึงชื่อแฟ้มข้อมูลใดๆ และลงท้ายชื่อใดๆ ก็ได้ทั้งสิ้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;window&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;วินโด้ ได้แก่ส่วนของจอภาพที่ใช้ในการแสดงหน้าของเอกสาร ข่าวสาร หรือภาพกราฟฟิกใดๆ เมื่อใช้โปรแกรมประเภทที่ใช้กับวินโด้ (window-based program) วินโด้ ใหญ่สามารถแบ่งออกเป็นวินโด้เล็กๆ ได้หลายวินโด้ แต่ละวินโด้เล็กๆ นี้สามารถแสดงภาพเอกสารของตนเองได้ด้วย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Windows&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นชื่อเฉพาะของ Microsoft windows ซึ่งใช้เป็นชื่อทางการค้าและชื่อทั่วๆ ไปที่ใช้เรียกระบบควบคุมการทำงานของ Microsoft windows ซึ่งเป็นระบบ multitasking graphical user interface environment ซึ่งสามารถใช้ทำงานในคอมพิวเตอร์ทุกชนิดที่ใช้ระบบการควบคุมการทำงาน โดย MS-DOS วินโด้ ของไมโครซอฟต์นี้มีเมนูชนิดที่เรียกว่า pull-down menu มาตรฐาน และใช้เครื่องชี้ เช่น เม้าส์ ด้วย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;wizard&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;“พ่อมด” บุคคลผู้ซึ่งเก่งกาจในการพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้มีสมรรถนะและความสามารถอย่างน่าพิศวง ; นักเขียนโปรแกรม ผู้มีความคิดสร้างสรรค์หรือผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถพิเศษ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;word&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำ ในทางคอมพิวเตอร์ word เป็นหน่วยของคลังข้อมูลโดยเฉพาะของคอมพิวเตอร์ คำ จะมีขนาดใหญ่หรือเล็กเพียงใด ขึ้นอยู่กับไมโครโพรเซสเซอร์ ของคอมพิวเตอร์นั้นๆ คำ คำหนึ่งอาจมีขนาด 8 บิต 16 บิต หรือ 32 บิต ก็ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;word processing&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักใช้คำย่อว่า WP การประมวลผลได้แก่การปรับปรุงแก้ไข เนื้อเรื่อง (text) โดยการใช้โปรแกรม word processor &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;word processor&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นโปรแกรมปฏิบัติการโปรแกรมหนึ่งใช้สำหรับจัดการด้านเอกสาร word processor ทำหน้าที่แทนกระดาษ ดินสอ เครื่องพิมพ์ดีด ยางลบ ไม้บรรทัด รวมทั้งพจนานุกรมด้วย งานส่วนใหญ่ของ word processor ได้แก่งานปรับปรุงแก้ไขเอกสาร หรือที่เรียกว่า editing เช่น การตัดออก ลบออก แทรกข้อความ เพิ่มเติมประโยคและถ้อยคำ เปลี่ยนแปลงแก้ไขถ้อยคำสำนวนใหม่ ฯลฯ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;word-wrap&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ความสามารถของโปรแกรม word processing อย่างหนึ่งที่เมื่อพิมพ์มาจนถึงบรรทัดแล้วโปรแกรมจะควบคุมการพิมพ์ให้เริ่มขึ้นต้นบรรทัดใหม่โดยอัตโนมัติ เรียกว่า soft return &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;worksheet&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หน้าบัญชี คำนี้ใช้ในโปรแกรม spreadsheet &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;workstation&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สถานีทำการ หมายถึงสถานที่ที่มีเครื่องมือนำข้อมูลเข้า (input) เครื่องมือแสดงผลลัพธ์ (output) และมีเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถใช้ทำงานด้วยบุคคลเพียงคนเดียวได้ ; คอมพิวเตอร์พลังสูง ซึ่งทำงานด้าน computer-aided design และงานปฏิบัติการด้านอื่นๆ ซึ่งต้องการใช้เครื่องที่มีราคาแพงมาก ; ไมโครคอมพิวเตอร์ที่ต่อเชื่อมโยงอยู่กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;worm&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เวอร์ม โปรแกรมชนิดหนึ่งซึ่งแพร่ตัวเองเข้าสู่คอมพิวเตอร์ โดยการปล่อยเชื้อของมันเองลงไปในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์โปรแกรม เวอร์ม จะก๊อบปี้ตัวของมันเองอยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์และมีผลทำให้คอมพิวเตอร์เกิดความเสียหายและทำลายเอกสาร สารสนเทศ และข้อมูลต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ ศัพท์คำว่า worm มาจาก นวนิยายวิทยาศาสตร์ซึ่งเข้ามาแทนคำว่า ไวรัส (virus) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;WORM&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นคำย่อของคำว่า write once , read many แผ่นดิสก์ชนิดหนึ่งซึ่งสามารถอ่านซ้ำๆ ได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ ได้ แผ่นดิสก์ WORM นับว่าเป็นคลังข้อมูลที่มีสมรรถนะสูง ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ เหมาะสำหรับเก็บสารสนเทศที่สำคัญเป็นการถาวร &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;WP&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู word processing &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;write&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เขียน , บันทึก หมายถึงการบันทึกข้อมูลเข้าสู่คลังข้อมูล เช่น แผ่นดิสก์ หรือการถ่ายทอดข้อมูลสู่เครื่องแสดงผลลัพธ์ (output) เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;write mode&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สถานะซึ่งโปรแกรมทำการบันทึกข้อมูลเข้าสู่แฟ้มข้อมูล &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;write protect&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การป้องกันการบันทึกข้อมูลซ้ำลงไปในแผ่นดิสก์อีก แผ่นดิสก์ โดยทั่วๆไป จะมี write protect &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Write protect notch&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ปุ่มเล็กๆ หรือแผ่นสำหรับปิดบนฟล็อปปี้ดิสก์ ซึ่งสามารถเลื่อนมาปิดเพื่อป้องกันการบันทึกซ้ำลงไปบนแผ่นดิสก์นั้นอีก บนแผ่นดิสก์ ขนาด 3.5 นิ้ว มีปุ่มเล็กๆ สำหรับเลื่อนไปเพื่อป้องกันการบันทึกซ้ำ อยู่ตรงมุมของแผ่น ดิสก์ขนาด 5.2 นิ้ว มีรอยสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ขอบของแผ่นดิสก์ ให้ป้องกันการบันทึกซ้ำ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;WYSIWYG&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ออกเสียงว่า วีสซีวิก เป็นคำย่อของ What you see is what you get คุณเห็นอย่างไรคุณก็ได้รับอย่างนั้น เป็นลักษณะของเอกสารและภาพกราฟฟิกที่คุณเห็นในจอภาพ เมื่อพิมพ์ออกมาเป็นฮาร์ดก๊อปปี้แล้ว ลักษณะของเอกสารหรือภาพกราฟฟิกที่คุณได้ ก็จะเหมือนกับภาพที่ปรากฏในจอภาพ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-3233177385252770939?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/3233177385252770939/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=3233177385252770939' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/3233177385252770939'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/3233177385252770939'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/w.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...W'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-1081236164564953853</id><published>2008-09-01T19:50:00.001-07:00</published><updated>2008-09-01T19:50:55.128-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...V</title><content type='html'>Vacuum tube&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หลอดสุญญากาศ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆ เช่น UNIVAC I เป็นต้นต่อมาเมื่อมีการค้นพบเซมิคอนดักเตอร์ ในปี พ.ศ.2493 จึงได้เลิกใช้หลอดสุญญากาศ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;version&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;รุ่น หรือ เวอร์ชั่น จะถูกกำหนดโดยผู้พัฒนาซอฟแวร์ เพื่อที่จะกำหนดให้ผู้ใช้ทราบว่า โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมานี้ พัฒนาขึ้นมาเป็นรุ่นใด ใหม่กว่ารุ่นก่อนอย่างไร หรือเพื่อบอกให้ทราบว่า รุ่น (version) ใหม่นี้มีกิจลักษณ์ใดบ้างที่พัฒนาขึ้นใหม่ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;vertical scrolling&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การเลื่อนหน้าเอกสารบนจอภาพขึ้น – ลง ตามแนวตั้ง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;very–large–scale integration&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ใช้อักษรย่อว่า VLSI หมายถึงวงจรรวมที่มีขนาดใหญ่ และอัดเอาวงจรไว้ในแผ่น chip แผ่นเดียวประมาณ 5,000 – 50,000 วงจร &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;VGA&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำย่อของคำว่า Video Graphics Array เป็นตัวปรับภาพวีดีโอ ซึ่ง IBM ได้พัฒนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530 VGA มีลักษณะอย่างเดียวกับ EGA และได้เพิ่มเติมลักษณะการทำงานใหม่ๆ ลงไปอีกหลายลักษณะ ที่สำคัญได้แก่ลักษณะการทำงานด้านกราฟฟิก 2 ลักษณะ ลักษณะแรกทำบน resolution 640x480 pixel ด้วยสี 2 สี หรือ 16 สี พร้อมๆ กันจากตาราง สี 262,144 สีเช่นเดียวกัน Video วีดีโอ เป็นองค์ประกอบของสัญญาณโทรทัศน์ ในทางคอมพิวเตอร์ วีดีโอ หมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้ทำให้เนื้อเรื่อง (text) และภาพกราฟฟิก (graphical images) ปรากฏออกมาทางจอภาพ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;video adapter&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกอย่างหนึ่งทำหน้าที่สร้างสัญญาณวีดีโอ ซึ่งจะส่งภาพวีดีโอไปตามสามเคเบิล video adapter มักจะติดตั้งไว้ใน main system board หรือในส่วนที่ขยายออกมา และเป็นส่วนหนึ่งของสถานีปลายสาย (terminal) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;video buffer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หน่วยความจำใน Video adapter ซึ่งใช้สำหรับเก็บข้อมูลเพื่อรอที่จะปรากฏบน Video display &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;videodisc&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แผ่นดิสก์ที่เก็บภาพวีดีโอและเสียงที่สัมพันธ์กับภาพวีดีโอนั้น ดูเพิ่มเติม CD-Rom &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;video display&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องอุปกรณ์ใดๆ ซึ่งสามารถแสดงภาพ เรื่อง (text) หรือภาพกราฟฟิก อันเป็นผลลัพธ์ของการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ให้ปรากฏบนจอภาพ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;video mode&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ลักษณะที่จอภาพแสดงภาพออกมาบนจอภาพใน Video mode มักมี text mode และ graphics mode เข้ามามีบทบาทด้วย ใน text mode จะแสดงตัวหนังสือและตัวเลข และสัญลักษณ์ต่างๆ ออกมาบนจอภาพ และ graphics mode จะแสดงภาพออกมาบนจอภาพ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;videotex&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;บริการการเรียกสารสนเทศปฏิสัมพันธ์ (interactive information) อย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้โดยการบอกรับเป็นสมาชิกโดยทางสายโทรศัพท์ และสารสนเทศจะปรากฏบนจอภาพของโทรทัศน์ที่บ้านหรือที่สถานีปลายสายของ videotex โดยเฉพาะ บริการ videotext จะให้บริการตั้งแต่ฐานข้อมูล ข่าวพยากรณ์อากาศ การธนาคาร ไปจนถึงการชอปปิ้ง และอื่นๆ สารสนเทศจะปรากฏบนจอภาพทั้งในแบบ text และแบบ graphics ผู้ใช้บริการสามารถใช้แป้นคีเลือกรายการเพื่อขอใช้บริการใดๆ โดยเฉพาะได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;view&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การแสดงสารสนเทศบนจอภาพคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;virtual image&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในคอมพิวเตอร์กราฟฟิก หมายถึงภาพซึ่งถูกก๊อบปี้เข้าสู่หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์แล้ว แต่ว่าเป็นภาพที่มีขนาดใหญ่เกินไป เกินกว่าที่จะปรากฏออกมาทางจอภาพได้ทั้งหมดภาพในครั้งเดียว เพราะเหตุว่ามันมีอยู่ในหน่วยความจำตามทฤษฎีแล้วมันก็ควรจะสามารถปรากฏออกมาทางจอภาพได้ถ้าหากว่ามีจอภาพที่ใหญ่พอ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สามารถดูภาพส่วนที่อยู่นอกกรอบจอภาพได้จึงต้องใช้วิธีเลื่อนจอภาพโดยการ scroll หรือการแพนกล้อง เพื่อนำส่วนที่อยู่นอกกรอบจอภาพให้มาปรากฏบนจอภาพ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;virtual-machine processing&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;วิธีประมวลผลข้อมูลแบบหนึ่งซึ่งสร้างภาพลวงตาขึ้นให้รู้สึกเหมือนว่ามีคอมพิวเตอร์อยู่หลายเครื่อง ซึ่งที่จริงมีอยู่เครื่องเดียว เพราะสามารถใช้ระบบการทำงาน ( operating system) ได้หลายระบบพร้อมๆ กัน และสถานีทำงาน (workstation) และสถานีปลายสาย (terminal) แต่ละสถานีก็สามารถเลือกระบบการทำงานให้เหมาะสมกับงานที่กำลังทำอยู่ได้ มักใช้คำย่อว่า VM processing &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;virus&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ไวรัส โปรแกรมซึ่งทำให้แฟ้มข้อมูลของคอมพิวเตอร์เสียหาย โดยการสอดแทรกตัวเข้าไปในแฟ้มข้อมูล ทำให้แฟ้มข้อมูลนั้นก๊อบปี้ตัวเองและก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;voice input&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำสั่งโดยการใช้เสียงคน ซึ่งคอมพิวเตอร์จะแปลความหมายให้เป็นคำสั่ง หรือบรรจุคำสั่งนั้นลงไปในเอกสารโดยใช้ไมโครโฟน และเทคโนโลยีการจำเสียง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-1081236164564953853?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/1081236164564953853/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=1081236164564953853' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/1081236164564953853'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/1081236164564953853'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/v.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...V'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-6175910955858505507</id><published>2008-09-01T19:49:00.000-07:00</published><updated>2008-09-01T19:50:13.424-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...U</title><content type='html'>ultra–large–scale integration&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักใช้ คำย่อว่า ULSI เป็นวงจร รวมหรือ integrated circuit ขนาดมหึมาซึ่งอุปกรณ์ที่ต่อเป็นวงจรถูกอัดรวมเข้าจนมีขนาดเล็กเท่าปลายนิ้วก้อยที่เรียกว่า chip หรือ microchip ใน chip อันหนึ่งจะมีวงจรอยู่มากกว่า 100,000 วงจรขึ้นไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;undelete&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หมายถึงการเรียกข้อมูลหรือสารสนเทศที่ลบทิ้งไปแล้วกลับคืนมา ซึ่งอาจทำได้เฉพาะข้อมูลหรือสารสนเทศที่พึ่งลบไปหยกๆ เท่านั้น กิจลักษณ์ undelete ทำหน้าที่เรียกแฟ้มข้อมูลที่ถูกลบไปแล้วทั้งแฟ้มกลับคืนมาส่วน undo นั้นสามารถเรียกการลบที่เพิ่งลบไปกลับคืนมา ส่วนใหญ่จะเป็นการลบบางส่วน บางตอนของ text หรือ graphics &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;underline&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ขีดเส้นใต้ กิจลักษณ์ขีดเส้นใต้ตัวอักษร หรือขีดเส้นใต้ข้อความ มีใช้ใน word processor โดยทั่วไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;undo&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กิจลักษณ์ที่พลิกกลับการกระทำ ที่เพิ่งกระทำไป เช่น การลบข้อความที่ไม่ต้องการทิ้งไป แต่เมื่อต้องการให้ข้อความนั้นกลับคืนมา ก็สามารถใช้กิจลักษณ์ undo ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;uninterruptible power supply&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ใช้อักษรย่อว่า UPS เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งซึ่งใช้เก็บกระแสไฟฟ้าสำรองไว้ใช้ เมื่อกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าดับลง ในขณะที่กระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าทำงานตามปกติ UPS จะเก็บไฟฟ้าสำรองไว้ภายใน เมื่อกระแสไฟฟ้าดับลง UPS จะทำหน้าที่จ่ายไฟฟ้าสำรองออกมาทันทีจนเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ดับลงและคงสามารถรักษาข้อมูล เอาไว้ได้เป็นปกติ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;UNIVAC I&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกเครื่องแรกในประวัติการณ์ของคอมพิวเตอร์ ออกแบบและสร้างขึ้น โดย J. Presper Eckert และ John Mauchly เมื่อปี พ.ศ.2493 &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;UNIX&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;(อ่านว่า ยูนิคซฺ) เป็นระบบการควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ระบบหนึ่งที่มีลักษณะการทำงานเป็นแบบ multiuser และ multitasking กล่าวคือ ผู้ใช้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ครั้งละหลายๆ คน และคอมพิวเตอร์สามารถทำงานพร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน ผู้พัฒนาระบบ UNIX ได้แก่ Ken Thompson และ Dennis Ritchie แห่ง AT&amp;T Bell Laboratories เขาทั้งสองช่วยกันพัฒนาระบบนี้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2512 เพื่อใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์ ระบบการควบคุมการทำงานของ UNIX มีอยู่หลายรุ่น (version) รุ่นที่สำคัญได้แก่ รุ่นที่พัฒนาขึ้นมาโดย AT&amp;T เป็นระบบล่าสุด คือ V.UNIX จัดว่า เป็นระบบที่มีกำลังสูงสุด ส่วนระบบที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียวิทยาเขตเบอร์กลี่ (Berkeley) เรียกว่า BSD releases นั้นก็จัดว่าเป็นระบบที่ดีมากระบบหนึ่งด้วย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;update&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ทำให้ทันสมัยมากขึ้น เช่น ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบใหม่ให้ทันสมัยขึ้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;upgrade&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ปรับปรุงระบบหรือแฟ้มข้อมูลให้ดีขึ้น ทันสมัยขึ้นหรือมีกำลังความสามารถมากขึ้น มีสมรรถนะสูงขึ้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;upload&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ใช้ในทางการสื่อสาร หมายถึง กระบวนการถ่ายทอดสำเนาของแฟ้มข้อมูลใดๆ จากคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ไปสู่คอมพิวเตอร์อื่น ซึ่งอยู่ไกลออกไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;uppercase&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;อักษรภาษาอังกฤษชนิดตัวพิมพ์ใหญ่ เช่น A B C D E F … &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;UPS&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู Uninterruptible power supply &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;USENET&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครือข่ายสากลของระบบ UNIX ซึ่งมีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วไป ใช้ในการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิก(e–mail) และการถ่ายทอดการอภิปรายที่น่าสนใจของกลุ่มต่างๆ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;user group&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กลุ่มของบุคคลผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือซอฟแวร์ ซึ่งมีความสนใจร่วมกันมารวมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มขึ้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;user interface&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ส่วนของโปรแกรม ซึ่งผู้ใช้คอมพิวเตอร์มีปฏิสัมพันธ์ด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้สั่งให้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน โดยใช้พิมพ์คำสั่งลงไปด้วยแป้นพิมพ์ และโปรแกรมก็ตอบสนองผู้ใช้ด้วยการปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เราพูดได้ว่าโปรแกรมนั้นมี command – line interface และถ้าการสั่งให้โปรแกรมปฏิบัติงานนั้น ผู้ใช้สั่งโดยการเลือกตัวเลือกจากเมนูบาร์ (menu bar) โปรแกรมนั้นมี menu – driven interface ในโปรแกรมซึ่งมีภาพกราฟิก หรือ icon เพื่อให้ผู้ใช้ใช้เครื่องชี้ เช่น เม้าส์ เลือกชี้เพื่อสั่งให้โปรแกรมปฏิบัติงานโปรแกรมนั้นมี graphical user interface &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;utility&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นโปรแกรมชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ทำประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ใช้ในการแก้ปัญหาเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับระบบการจัดการของคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;utility program&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โปรแกรมชนิดหนึ่ง ออกแบบมาเพื่อให้ปฏิบัติงานในระบบหรือในส่วนประกอบนอกระบบ เช่น เป็นโปรแกรมสำรองคลังข้อมูล สำรองดิสก์ และเป็นโปรแกรมแก้ไขแฟ้มข้อมูล เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-6175910955858505507?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/6175910955858505507/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=6175910955858505507' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/6175910955858505507'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/6175910955858505507'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/u.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...U'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-4124797709201612595</id><published>2008-09-01T19:48:00.000-07:00</published><updated>2008-09-01T19:49:37.859-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...T</title><content type='html'>T&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;อักษรย่อใช้แทน tera ซึ่งมีค่าเท่ากับ หนึ่งล้านล้าน (1,000,000,000,000) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Tab key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แป้นคีแป้นหนึ่งบนแป้นพิมพ์ มีคำว่า "Tab" เขียนไว้บนแป้นและอาจมี ---&gt;I ชี้ไป และ กลับ I&lt;---- ในแป้นพิมพ์บางแบบอีกด้วย เมื่อกดแป้น Tab key จะทำให้เคอร์เซอร์เคลื่อนไปทางขวามือครั้งละ 1 ช่วง ของระยะย่อหน้าที่เป็น default หรือระยะที่ตั้งระยะแท็ปเอาไว้ มักใช้แป้นแท็ปในการย่อหน้าในโปรแกรมปฏิบัติงาน word processor &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;tape&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เทป แผ่นไมลาร์ (Mylar) บางๆ ยาวเป็นม้วนคล้ายแถบริบบอนเคลือบด้วยสารแม่เหล็ก สำหรับใช้เก็บข้อมูล &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;tape cartridge&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กล่องเทป มีลักษณะคล้ายเทปคาสเซ็ทที่ใช้ฟังเพลงโดยทั่วไป ภายในบรรจุไว้ด้วยเทปแม่เหล็ก ซึ่งสามารถใช้บันทึกข้อมูล หรือสารสนเทศและอ่านข้อมูลออกมาโดยใช้เทปไดร้ว (tape drive) ด้วย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;tape drive&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องอ่านข้อมูลจากเทปและบันทึกข้อมูลเข้าสู่เทป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;target&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป้าหมาย เป็นเป้าหมายในการทำงานของคอมพิวเตอร์; สิ่งที่ต้องการ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;technology&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เทคโนโลยี การใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มาพัฒนาเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงวิธีการที่จะมาปรับปรุงแก้ไขและส่งเสริมสภาวะความเป็นอยู่ของมนุษยชาติให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;telecommunication&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โทรคมนาคม ได้แก่การถ่ายถอดสารสนเทศ ข่าวสารข้อมูลต่างๆ ในรูปใดรูปหนึ่ง ไปสู่จุดหมายปลายทางที่อยู่ห่างไกลออกไป ตัวอย่างของโทรคมนาคม เช่น การถ่ายทอดโทรทัศน์ การส่งแฟกซ์ การสื่อสารดาวเทียม เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;telecommulting&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การติดต่อสื่อสารทางไกล ได้แก่การปฏิบัติงานนอกสำนักงาน หรือการทำงานตามปกติ แทนที่จะทำงานอยู่ที่สำนักงาน ก็นำงานไปทำอยู่ที่บ้าน แต่ใช้เครือข่ายการสื่อสารทางคอมพิวเตอร์ติดต่อกับสำนักงานใหญ่อยู่ตลอดเวลา การปฏิบัติงานลักษณะนี้ บางครั้งเรียกว่า electronic commulting &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;teleconferencing&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การประชุมสัมมนาระยะไกล โดยผ่านการใช้เครื่องมือทางการสื่อสารทางไกล ทั้งเครื่องเสียง (audio) ภาพเคลื่อนไหว (video) คอมพิวเตอร์ สายโทรศัพท์ ต่อเชื่อมโยงเข้ากับระบบคมนาคม ทำให้สามารถประชุมสัมมนาและอภิปลายปัญหาต่างๆ ร่วมกันได้ ในขณะที่ผู้ร่วมประชุมสัมนาแต่ละคนต่างก็อยู่ในท้องที่ๆ ห่างไกลกัน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;teleprocessing&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การที่คอมพิวเตอร์ ซึ่งอยู่ห่างไกลสามารถเข้าถึงแฟ้มข้อมูลของคอมพิวเตอร์ซึ่งอยู่อีกที่หนึ่งได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;teletype mode&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การทำงาน ซึ่งสามารถทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง สั่งให้เครื่องพิมพ์ (printer) ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปทำงานได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;temporary file&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักเรียกง่ายๆ ว่า temp file เป็นแฟ้มข้อมูลที่สร้างขึ้นในหน่วยความจำหรือในแผ่นดิสก์โดยระบบการควบคุมการทำงานหรือโดยโปรแกรมอื่นใด เพื่อใช้ในระหว่างการปฏิบัติงาน เมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็จะลบไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;temporary storage&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คลังข้อมูลชั่วคราว เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลสำหรับเก็บข้อมูลที่ได้มาในทันทีทันใดเพื่อใช้งาน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;tera&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักย่อว่า T เป็นคำสำหรับเติมข้างหน้าศัพท์ หมายถึง จำนวน 1,000,000,000,000 (ล้านล้าน) ส่วนในอังกฤษ หมายถึง 1,000,000,000,000,000,000 (ล้านล้านล้าน) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;terabyte&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ใช้คำย่อว่า TB เป็นหน่วยที่ใช้วัดความจุของคลังข้อมูลขนาดใหญ่มหึมา 1 terabyte มีค่าเท่ากับ 1,099,511,627,776 ไบต์ หรือเท่ากับ 2 ยกกำลัง 40 ไบต์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;terminal&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สถานีปลายสาย เครื่องมือชุดหนึ่ง ประกอบด้วย video adapter, monitor และ keyboard สถานีปลายสายส่วนมากไม่ทำหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูล แต่จะทำหน้าที่ส่งข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์ หรือเรียกข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ที่ต่อเชื่อมโยงอยู่โดยผ่านสายเคเบิล &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;terminate&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สิ้นสุด, หยุด, การหยุดกระบวนการอาจเป็นการหยุดลงโดยความผิดปกติ หรือหยุดลงตามปกติ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Texas Instruments Graphics Architec&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักใช้คำย่อว่า TIGA เป็น video adapter แบบหนึ่งของบริษัท Texas Instruments ซึ่งใช้กราฟฟิกโพรเซสเซอร์ (graphices processor) 340 x 0 &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;text&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เนื้อเรื่อง ข้อมูล หรือสารสนเทศซึ่งเป็นตัวหนังสือ คนสามารถอ่านได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;TextEdit&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ชุดการปฏิบัติงานมาตรฐานชุดหนึ่งของระบบการควบคุมการปฏิบัติงานของ Apple Macintosh ซึ่งมีโปรแกรมสำหรับควบคุมลักษณะการปรากฎบนจอภาพของ text (เนื้อเรื่อง) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;text mode&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การทำงานของระบบการควบคุมการปฏิบัติงาน ซึ่งทำให้ปรากฏตัวหนังสือ จำนวนเลข และตัวอักษรต่างๆ ขึ้นมาบนจอภาพ แต่ไม่มีรูปภาพ หรือลายเส้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;thermal printer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;printer เครื่องพิมพ์ที่ใช้ความร้อน เป็นเครื่องพิมพ์แบบ nonimpact printer แบบหนึ่ง ใช้ความร้อนสร้างภาพลงบนกระดาษพิเศษ เครื่องพิมพ์จะใช้เข็มพ่นหมึกเพื่อสร้างภาพโดยวิธีให้ความร้อนแก่เข็มพ่นหมึก แล้วให้หมึกพ่นไปติดกระดาษ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;thermal wax – transferring printer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องพิมพ์ชนิดหนึ่งเป็นเครื่องพิมพ์แบบ nonimpact printer ซึ่งใช้ความร้อนละลายขี้ผึ้งสีลงบนกระดาษ เพื่อสร้างภาพ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;thesaurus&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กลุ่มคำที่มีความหมายคล้ายกัน ซึ่งเก็บไว้ในโปรแกรมปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เป็นลักษณะของพจนานุกรมคำพ้อง มีไว้เพื่อให้ผู้ใช้เลือกใช้คำที่มีความหมายเหมือนกัน เป็นการหลากคำอย่างหนึ่ง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;third – generation computer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;computer พัฒนาการของคอมพิวเตอร์ในช่วงระหว่างกลางปี พ.ศ. 2503 – 2513 ซึ่งเป็นยุคที่คอมพิวเตอร์หันมาใช้ IC (วงจรรวม) หรือที่เรียกว่า integrated circuit &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;TIGA&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู Texas Instruments Graphics Architecture &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;time – charing&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การใช้ระบบคอมพิวเตอร์ โดยผู้ใช้มากกว่าหนึ่งคน สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้พร้อมๆ กัน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;toggle&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถเลือกสถานะหรือเลือกโปรแกรมได้โดยการกดและกดซ้ำ ; การเลือกวิธีทำงานโดยการกดแป้นคีย์ บางแป้น จะทำให้ได้วิธีการทำงานอย่างหนึ่งขึ้นมา ต่อเมื่อกดซ้ำลงไปอีกครั้งหนึ่ง ลักษณะการทำงานนั้นก็จะเปลี่ยนกลับมาเป็นลักษณะเดิมเหมือนเมื่อก่อน กดแป้นคีย์ เช่น ในแป้นพิมพ์ IBM และ IBM clone ชนิดสองภาษา คือ มีภาษาอังกฤษ และภาษาไทย เมื่อผู้ใช้กดแป้น ~,% ซึ่งเป็นแป้นแรกของแถวที่สองแป้นซ้ายสุด ในขณะที่ผู้ใช้ใช้แป้นพิมพ์พิมพ์ภาษาไทยอยู่ ตัวอักษรจะเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ และเมื่อกดแป้นนี้ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ตัวอักษรภาษาอังกฤษก็จะเปลี่ยนมาเป็นภาษาไทยอีก เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Token Ring network&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;network เป็นเครือข่าย LAN แบบหนึ่ง ซึ่งใช้รูปแบบของเครือข่ายเป็นแบบวงรวม ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลได้ถึง 4 megabits ต่อวินาที (1 megabit = 1 ล้านบิต) เครือข่ายวงจรรวมใช้เครือข่ายรูปดาว รวมกันเข้าโดยมีสถานีปฏิบัติการ (workstation) 8 สถานี ต่อเข้ากับสายต่อเชื่อมโยงกับ concentrator (Multi – station Access Unit หรือ MSAU) ซึ่งต่ออยู่กับวงรวม (main ring) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;toner&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ผงหมึกซึ่งใช้ในการถ่ายสำเนาเอกสาร และในเครื่องพิมพ์เลเซอร์ (laser printer) เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;toner cartridge&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กล่องรูปกระบอก ซึ่งใช้ใส่ผงหมึก สำหรับใช้กับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ หรือเครื่องพิมพ์อื่นๆ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;toolbox&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กล่องเครื่องมือ เป็นชุดของ “เครื่องมือ” ซึ่งใช้ในการปฏิบัติงานในโปรแกรมปฏิบัติการบางโปรแกรม เช่น โปรแกรมทางด้านกราฟฟิก เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;topology&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;รูปแบบที่คอมพิวเตอร์หรือเครื่องอุปกรณ์อื่นๆ มาต่อเชื่อมโยงกันเข้าเป็นเครือข่ายใน LAN ดูเพิ่มเติม star network, ring network , bus network &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;track&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ร่อง ร่องของแผ่นดิสก์ซึ่งเป็นวงกลมตามลักษณะของดิสก์ใช้เป็นที่เก็บข้อมูล แผ่นดิสก์โดยทั่วไป มีร่องตั้งแต่ 40 – 1,024 ร่อง แล้วแต่ชนิดและขนาดของแผ่นดิสก์นั้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;trackball&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นเครื่องชี้ (pointing device) อย่างหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะการทำงานคล้ายเม้าส์ แต่ trackball ประกอบด้วยรูปทรงกลมอยู่ข้างบน เมื่อลูกบอลมีการเคลื่อนไหว ที่หน้าจอภาพจะแปลความหมาย ของการเคลื่อนไหวออกมาเป็นการเคลื่อนที่ตามแนวตั้งหรือแนวนอน ตามปกติ trackball จะมีปุ่มหนึ่งหรือสองปุ่มเพื่อกดให้คอมพิวเตอร์ทำงานด้วย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;transfer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ส่งผ่าน, ถ่ายทอดใช้ในการส่งผ่านข้อมูลหรือข่าวสาร การย้ายข้อมูลจากแห่งหนึ่งไปสู่อีกแห่งหนึ่ง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;transfer rate&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;อัตราเร็วของการส่งผ่านข้อมูลไปตามช่องสัญญาณการสื่อสารในเครือข่าย อัตราเร็วของการส่งข่าวสารหรือข้อมูล วัดกันเป็น bit per second หรือ character per second &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;transfer time&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ช่วงเวลาระหว่างการเริ่มต้นส่งผ่านข้อมูล ไปจนถึงส่งข้อมูลเสร็จเรียบร้อย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;transistor&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ทรานซิสเตอร์ เป็นคำย่อของคำว่า transfer resistor มีลักษณะเป็นวัตถุแข็งที่ใช้ประกอบในวงจรอิเล็กทรอนิก ทรานซิสเตอร์ ตัวหนึ่งมักมี 3 ขา ทรานซิสเตอร์ที่นำมาประกอบลงในวงจรนี้ ทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น บางตัวอาจ ทำหน้าที่เป็น รหัส บางตัวอาจทำหน้าที่ขยายขนาดของคลื่น บางตัวอาจทำหน้าที่สร้างคลื่น เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;translator&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้แปลภาษาหนึ่งไปสู่อีกภาษาหนึ่ง หรือใช้เปลี่ยนรูปของข้อมูลรูปหนึ่งไปสู่ข้อมูลอีกรูปหนึ่ง ตัวอย่างโปรแกรมที่เป็น translator เช่น compilers, assemblers เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;transmission&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การถ่ายทอด หมายถึง การส่งสารสนเทศผ่านไปทางสายการสื่อสาร หรือผ่านวงจร &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;tree network&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งจัดให้เครื่องอุปกรณ์ในเครือข่ายต่อเชื่อมโยงกันเป็นลักษณะลำดับชั้นคล้ายกิ่งก้านของต้นไม้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;TTY&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำย่อของคำว่า teletypewriter เป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดความเร็วต่ำแบบหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย แป้นพิมพ์ (keyboard) และเครื่องพิมพ์ (printer) การเคาะแป้นคีย์แต่ละครั้งจะเป็นการส่งรหัสตัวอักษรไปยังเครื่องรับได้ครั้งหนึ่ง ซึ่งเครื่องรับก็จะทำหน้าที่พิมพ์ตัวอักษรนั้นลงไป คอมพิวเตอร์สมัยก่อนใช้ teletypewriter เป็นสถานีปลายสาย (terminal) แต่ในปัจจุบันใช้ video display &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;turnkey system&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ระบบสำเร็จรูป เป็นระบบที่มีความสมบูรณ์ในด้านการปฏิบัติงาน เช่น มีฮาร์ดแวร์ที่จำเป็น มีเอกสาร มีซอฟแวร์ซึ่ง “บรรจุ (install)” เอาไว้แล้ว และพร้อมที่จะปฏิบัติงาน ระบบสำเร็จรูป ส่วนใหญ่ใช้งานสำหรับงานใดงานหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น Turnkey system library ห้องสมุดระบบสำเร็จรูป หรือระบบสำเร็จรูปสำหรับห้องสมุด เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;turtle&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เต่า รูปเต่าตัวเล็กๆ ซึ่งปรากฏบนจอภาพ บางครั้งก็ปรากฏเป็นรูปสามเหลี่ยม เต่าหรือสามเหลี่ยมนี้ทำหน้าที่คล้ายปากกาเขียนรูปไปบนจอภาพ โปรแกรมเต่า ส่วนใหญ่ใช้สอนวิธีใช้คอมพิวเตอร์ให้เด็ก ดูเพิ่มเติม Logo &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;tutorial&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กิจลักษณ์ชนิดหนึ่งใช้สำหรับสอนผู้ใช้ให้เข้าใจวิธีใช้โปรแกรมต่างๆ tutorial มีอยู่ในโปรแกรมปฏิบัติการต่างๆ กิจลักษณ์ tutorial ทำหน้าที่เหมือนหนังสือคู่มือการใช้โปรแกรมปฏิบัติการนั้นๆ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;two-dimensional&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สองมิติ คือวัดทางด้านยาวและด้านกว้าง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;type&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;พิมพ์ หรือการกดแป้นคีย์บนแป้นพิมพ์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;typeface&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แบบของตัวอักษรชนิดต่างๆ เช่น Angsana UPC, Times Romans, BrowaliaUPC เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-4124797709201612595?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/4124797709201612595/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=4124797709201612595' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/4124797709201612595'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/4124797709201612595'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/t.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...T'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-6345106024188523294</id><published>2008-09-01T19:47:00.000-07:00</published><updated>2008-09-01T19:48:27.005-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...S</title><content type='html'>Sans Serif&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แปลตามคำว่า "ไม่มีปลายหาง" เป็นลักษณะของตัวอักษรในภาษาอังกฤษอย่างหนึ่งที่เมื่อเวลาเขียนหรือพิมพ์ให้มีปลายหาง หรือไม่มีปลายหาง ถ้าเขียนมีปลายหาง อาจทำให้แลดูสวยงามหรือ อ่านง่ายขึ้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;satellite&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดาวเทียม ดาวเทียมเป็นจำนวนมากที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร และโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้ในการส่งสัญญาณภาพและเสียงเพื่อติดต่อสื่อสารกันในระยะไกล &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;save&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เก็บรักษา ได้แก่การบันทึกข้อมูลในลักษณะของแฟ้มข้อมูล (file) เข้าไว้ในคลังข้อมูล &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;scalable font&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ได้แก่แบบตัวอักษรใดๆ ที่สามารถวัดหรือกำหนดเพื่อให้มีขนาดตัวอักษรต่างขนาดกันได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;scan&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สแกน ได้แก่ การกวาดของลำแสงอิเล็กตรอนจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่งของจอภาพ เพื่อก่อให้เกิดการเรืองแสงของสารฟอสเฟอร์ที่เคลือบอยู่บนผิวภายในของจอภาพ ซึ่งทำให้เกิดเป็นภาพกราฟฟิกหรือตัวอักษรปรากฏขึ้นบนจอภาพ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;scanner&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู optical scanner &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;scroll bar&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สกอลบาร์ หรือแถบเลื่อนจอภาพ ผู้ใช้สามารถลากให้จอภาพเลื่อนขึ้น-ลง หรือเลื่อนไปทางขวาหรือทางซ้ายได้โดยการใช้เมาส์ลากลูกศรของสกอลบาร์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;scrolling&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การเลื่อนหน้าเอกสารบนจอภาพในวินโด้ เพื่อให้สามารถเห็นส่วนที่อยู่นอกขอบจอภาพได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Scroll Lock key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นคีบนแป้นพิมพ์ IBM PC บางแบบเป็น แป้นที่อยู่ในแถวบนสุดทางขวามือ เมื่อกดแป้น Scroll Lock key จะมีผลต่อการควบคุมเคอร์เซอร์สำหรับควบคุมแป้นตัวเลข ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้ด้วย อย่างไรก็ตาม ชื่อแป้น Scroll Lock แปลว่า แป้นสำหรับล็อคการเลื่อนหน้าจอภาพ แต่ที่จริงแล้วเมื่อกดแป้นนี้ หน้าเอกสารบนจอภาพก็คงเลื่อนได้ตามปกติ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;search&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การค้นหาสังกัดของแฟ้มข้อมูล หรือแฟ้มเอกสารใด ๆ ที่ต้องการ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;search and replace&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นกิจลักษณ์อย่างหนึ่งในโปรแกรม word processsor ผู้ใช้สามารถกำหนดว่าตัวอักษรหรือถ้อยคำคำหนึ่งจะต้องถูกค้นหาและถูกเปลี่ยนแทนด้วยถ้อยคำหรือข้อความอีกข้อความหนึ่ง เช่น ต้องการเปลี่ยนคำว่า "ศักดิ์ภาพ" เป็น "ศักยภาพ" โปรแกรมจะถูกสั่งให้ค้นหาคำว่า "ศักดิ์ภาพ" จะถูกเปลี่ยนเป็น "ศักยภาพ" ทั้งหมด &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;search key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ฟีลด์ หรือ คอลัมน์เฉพาะในระเบียน (record) ซึ่งเป็นตัวกำหนดสำหรับค้นหา หรือเป็นค่าซึ่งกำหนดให้คอมพิวเตอร์ค้นหา &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;secondary storage&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คลังข้อมูลสำรอง เป็นส่วนที่ใช้เก็บข้อมูลอีกส่วนหนึ่ง นอกเหนือจากส่วนเก็บข้อมูลที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าถึงได้โดยตรง คลังข้อมูลสำรอง ได้แก่ ฟลอปปี้ดิสก์ เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;semicondoctor&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;วัสดุกึ่งตัวนำ นับเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในการนำมาทำเป็นส่วนประกอบทางอิเล็กทรอนิก วัสดุชนิดที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่ ซิลิคอน และเจอร์มาเนียม คำว่า เซมิคอนคัดเตอร์ บางทีหมายรวมถึง เครื่องประกอบทางอิเล็กทรอนิกด้วย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;sensor&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เซ็นเซ่อร์ เครื่องสำหรับรับรู้หรือเครื่องสำหรับวัดความมาก-น้อย ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วแปลงพลังงานที่ได้รับนั้นให้เป็นพลังงานไฟฟ้า เช่น sensor สำหรับใช้วัดความเข้มของแสง เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;sequential access&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การเข้าถึงตามลำดับ เป็นวิธีการเข้าถึงข้อมูลหรือสารสนเทศแบบเริ่มต้นตั้งแต่จุดเริ่มแรกไปตามลำดับจนถึงข้อมูลหรือสารสนเทศที่ต้องการ การเข้าถึงข้อมูลแบบนี้ บางทีเรียกว่า serial access &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;sequential processing&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การประมวลผลตามลำดับ เช่น ตามลำดับที่ๆ ถูกเก็บ หรือตามลำดับค่าที่อยู่ใน field หรือ ระเบียน เป็นต้น ; serial processing &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;shift key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แป้นคีแป้นหนึ่ง ซึ่งเมื่อกดลงไป จะให้ผลในทางตรงกันข้ามกับแป้นคีอื่นๆ เช่น ขณะที่พิมพ์อักษรล่าง เมื่อกดแป้น shift key ตัวอักษรที่พิมพ์ออกมาจะเป็นอักษรบน เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;serial&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ทีละหน่วยหรือทีละอันตามลำดับ เรามักใช้ว่า อนุกรม คือ เรียงตามลำดับ เช่น การถ่ายทอดข้อมูล แบบ serial transmission หมายถึง การถ่ายทอดข้อมูลไปครั้งละบิด (bit) ติดต่อกันไปตามสายสายเดียว หรือสายเดี่ยว โดยผ่าน port ที่เรียกว่า serial port &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;serial access&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู sequential access &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;serial interface&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แบบแผนของการถ่ายทอดข้อมูลแบบหนึ่งซึ่งใช้วิธีส่งข้อมูลและใช้บิตควบคุม(control bit) ไปตามลำดับโดยใช้สายเดี่ยว และหมายถึงการถ่ายทอดข้อมูลผ่านตัวต่อ RS-232 หรือตัวต่อที่มีมาตรฐานเดียวกัน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;serial printer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องพิมพ์ (printer) ที่ต่อเชื่อมโยงอยู่กับคอมพิวเตอร์โดยวิธีต่อผ่าน serial interface &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;serial processing&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู sequential processing &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;serial transmission&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การถ่ายทอดสัญญาณไปครั้งละหนึ่งบิดตามลำดับผ่านสายเดี่ยวของการสื่อสารและโทรคมนาคม &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;serif&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู sans serif &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;sever&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เซอฟเวอร์ ในเครือข่ายการสื่อสารแบบ LAN ได้แก่คอมพิวเตอร์เครื่องที่ให้บริการแก่คอมพิวเตอร์และเครื่องอุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่าย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;shareware&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ซอฟแวร์ที่จดทะเบียนสิทธิ์แล้ว และให้หรือแจกจ่ายให้แก่ผู้ใช้โดยไม่คิดมูลค่า หรือคิดมูลค่าเพียงเล็กน้อย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;shift&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในโปรแกรม หมายถึงการย้ายค่าของบิดไปทางซ้ายหรือขวาภายในที่ตั้งของหน่วยความจำ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;sign off&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู log off &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;sign on&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู logon &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;simulation&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การเลียนแบบทางกายภาพของกระบวนการใดๆ หรือของวัตถุสิ่งของใดๆ โดยวิธีใช้โปรแกรมสั่งให้คอมพิวเตอร์ตอบสนองต่อข้อมูลที่นำเข้าไปแล้วให้เปลี่ยนแปลงสถานะหรือสภาวะไปตามข้อมูลนั้น ราวกับว่ามันได้เกิดขึ้นจริงๆ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;single threading&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การใช้ปรแกรมทำงานครั้งละ 1 งาน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;single-user computer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์แบบหนึ่ง ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ใช้ได้ครั้งละคน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;slot&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู expansion slot &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Smalltalk&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาหนึ่ง จัดเป็นภาษาระดับสูงที่เน้นการใช้ object (เป้า) พัฒนาขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2523 โดย Xerox Palo Alto Reserach Center ไม่ค่อยนิยมใช้กันในหมู่นักเขียนโปรแกรมมากนัก แต่ถูกนำมาใช้ในสิ่งแวดล้อมอย่างอื่น เช่น ในด้าน object (เป้า) ที่ประกอบไปด้วยข้อมูลและวิธีการ และในด้านความคิดเกี่ยวกับการใช้ไคอน (icon) บนจอภาพ เพื่อให้ผู้ใช้เลือก เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;soft copy&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หมายถึง ภาพบนจอภาพของคอมพิวเตอร์ ดูเพิ่มเติม hard copy &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;soft return&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในโปรแกรม word processing ในการพิมพ์ตัวอักษรบนบรรทัดจนสุดบรรทัดแล้ว อักษรตัวที่พิมพ์ต่อไปจะกลับไปขึ้นบรรทัดใหม่โดยอัตโนมัติ ดูเพิ่มเติม word wrap &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;software&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โปรแกรมคอมพิวเตอร์ , คำสั่งซึ่งสั่งให้ฮาร์ดแวร์ทำงาน ; ซอฟแวร์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;solid-state device&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;วงจรใดๆ ซึ่งใช้สารแข็ง (ซึ่งไม่ใช่แกสหรือสุญญากาศ) มาประกอบกันเข้าเป็นวงจรไฟฟ้า &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;sort&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กระบวนการจัดเรียงลำดับข้อมูล ซึ่งเป็นชุดอยู่ในระเบียน ตามลำดับ เช่น ตามลำดับตัวเลข ตามลำดับตัวอักษร เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;source&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แหล่ง (ข้อมูล) เช่น แผ่นดิสก์, แฟ้มข้อมูล , เอกสาร หรือแหล่งรวบรวมข้อมูลใดๆ ที่สามารถเอาข้อมูลออกมาใช้ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;source code&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำสั่งในโปรแกรม ซึ่งเขียนด้วยภาษาระดับสูง หรือภาษา assembly มนุษย์สามารถอ่านเข้าใจได้ ตรงกันข้ามกับ object code ซึ่งแปลไปจาก source code เพื่อให้เครื่องอ่าน คนอ่านไม่ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;source data&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ข้อมูลเดิม หรือข้อมูลครั้งแรกที่คอมพิวเตอร์รับเข้าไว้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;source program&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โปรแกรมที่เป็น source code รุ่นหนึ่ง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Spacebar&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คานเว้นวรรค บนแป้นพิมพ์ดีด หรือแป้นพิมพ์(key board) ของคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Spaspelling checker&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กิจลักษณ์ในโปรแกรมปฏิบัติการอย่างหนึ่ง ซึ่งมีคำในพจนานุกรมไว้สำหรับตรวจสอบการเขียนผิดในเอกสาร &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;spreadsheet program&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โปรแกรมปฏิบัติการ (application program) ในโปรแกรมหนึ่ง ใช้ในการทำบัญชีทุกชนิด &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;star-dot-star&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องหมายดอกจัน จุด และดอกจัน ( * . * ) หมายความว่า ชื่อแฟ้มข้อมูลใดๆ รวมทั้งส่วนประกอบด้วย ในระบบการควบคุมการทำงาน (operating system) ของคอมพิวเตอร์ เช่น MS-DOS เป็นต้น เป็นการใช้ wildcard อย่างหนึ่ง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;star network&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในเครือข่าย LAN เครื่องอุปกรณ์แต่ละเครื่องในเครือข่ายจะต่อเชื่อมโยงกันอยู่กับคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง (central computer) เป็นรูปดาว ในเครือข่ายประกอบไปด้วยคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง 1 เครื่อง และสถานีปลายทาง (terminal) อยู่ล้อมรอบ โดยสถานีปลายทางแต่ละสถานีต่อเชื่อมโยงเข้าสู่คอมพิวเตอร์ศูนย์กลางโดยตรง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;star bit&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในการถ่ายทอดสัญญาณแบบ asynchronous transmission หมายถึงบิดแรก หรือบิดเริ่มต้นของตัวอักษร &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-6345106024188523294?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/6345106024188523294/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=6345106024188523294' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/6345106024188523294'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/6345106024188523294'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/s.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...S'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-2334249591684820442</id><published>2008-09-01T19:46:00.002-07:00</published><updated>2008-09-01T19:47:37.882-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...R</title><content type='html'>rag&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ไม่สม่ำเสมอ เป็นภาษาในการจัดรูปหน้าเอกสาร หมายความว่า การจัดรูปหน้าเอกสารให้เสมอกันทางด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งจะไม่เสมอกัน เช่น rag left หมายถึง จัดบรรทัดของเอกสารในหน้านั้นให้เสมอกันทางขวามือ ส่วนทางซ้ายมือก็จะมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ ภาษาไทยเรียกว่า "เสมอหลัง" ถ้าหน้าเอกสารใดต้องการจัดให้ตัวอักษรในทุกบรรทัดเสมอกันทางด้านซ้ายมือ ก็เรียกว่า "เสมอหน้า" ส่วนทางด้านขวามือก็จะไม่สม่ำเสมอกันทุกบรรทัดเรียกว่า rag right และในการจัดเอกสารให้เสมอกันทั้งด้านซ้ายและด้านขวามือ เรียกว่า justified เสมอกันทั้งหน้าและหลัง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;RAM&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;อ่านว่า แร็ม เป็นคำย่อของคำว่า random access memory หน่วยความจำที่ประกอบขึ้นด้วยวัสดุกึ่งตัวนำ (semiconductor) ซึ่งสามารถอ่านข้อมูลจากหน่วยความจำนี้ได้ และสามารถบันทึกข้อมูลใหม่เข้าสู่หน่วยความจำนี้ได้เช่นเดียวกัน และวิธีการเข้าถึงคลังข้อมูลก็สามารถใช้วิธีใดๆ ได้หลายวิธี RAM เป็นหน่วยความจำชนิดชั่วคราว หรือ volatile กล่าวคือเมื่อไฟดับความจำจะถูกลบหายไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;RAM chip&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องมือที่ใช้เป็นคลังข้อมูลชนิดหนึ่ง ทำด้วยวัสดุกึ่งตัวนำ (semiconductor) RAM chip ใช้ทำหน่วยความจำRAM &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;random access&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นการเข้าถึงข้อมูลโดยตรงวิธีหนึ่ง เป็นความสามารถของคอมพิวเตอร์ ที่สามารถค้นหาแฟ้มข้อมูล และเข้าสู่สังกัดของข้อมูลโดยตรง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;random access memory&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู RAM &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;range&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในโปรแกรม spreadsheet หมายถึง ขอบเขตของเซลซึ่งจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ขอบเขตของเซลอาจยาวไปตามแถว (row) หรือยาวไปตามคอลัมน์ (column) ก็ได้ ; ความกว้างของเซล &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;row data&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ข้อมูลดิบ สารสนเทศที่รวบรวมมาได้ แต่ยังไม่ได้ทำการกลั่นกรองเลือกเฟ้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;read&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;อ่าน นำมาใช้ทางคอมพิวเตอร์ หมายถึง การรวบรวมสารสนเทศจากแหล่งนำข้อมูลเข้า &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;README&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นชื่อแฟ้มข้อมูล (file) ของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ MS-DOS โดยทั่วไป ในแฟ้มนี้บรรจุไว้ด้วยสารสนเทศเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ซึ่งอาจไม่มีในคู่มือที่ได้มาพร้อมกับเครื่อง แฟ้มข้อมูล README จะถูกเก็บไว้ในแผ่นดิสก์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (ฮาร์ดดิสก์) สามารถเข้าถึงและอ่านได้โดยง่าย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;read-only memory&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู ROM &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;read/write head&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นเครื่องกลไกอย่างหนึ่งภายในช่องดิสก์ไดร้ว์ สำหรับใช้อ่าน (read) ข้อมูลจากแผ่นดิสก์ หรือบันทึก (write) ข้อมูลเข้าไปสู่ดิสก์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;read/write memory&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หน่วยความจำซึ่งซึ่งสามารถอ่านข้อมูลและบันทึกข้อมูลเข้าไปในหน่วยความจำนั้นได้ RAM นับว่าเป็นระบบ read/write memory system อย่างหนึ่ง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;real-time&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เกี่ยวกับช่วงเวลาซึ่งถูกกำหนดขึ้นและควบคุมโดยสิ่งที่อยู่ภายนอก เป็นการปฏิบัติงานตามกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ตามสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้เกิดขึ้น เช่น ระบบการนำร่องของเครื่องบิน การบินไปให้ตรงเป้าของจรวดนำวิถี การปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และการปฏิบัติงานอื่นๆ ซึ่งคอมพิวเตอร์จะต้องตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ เช่น การแสดงภาพเคลื่อนไหว (animation) เลียนแบบการบินอย่างที่มันเกิดขึ้นจริง เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;real-time animation&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การแสดงภาพเคลื่อนไหวของคอมพิวเตอร์ ซึ่งภาพที่แสดงจะเคลื่อนไหวไปบนจอภาพด้วยอัตราการเปลี่ยนแปลงลักษณะของวัตถุนั้น เลียนแบบของจริงที่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;real-time operating system&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ระบบการควบคุมการปฏิบัติงานตามช่วงเวลาจริงระบบหนึ่ง ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำการควบคุมการปฏิบัติงานตามกระบวนการของการปฏิบัติงานนั้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;reboot&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยวิธีใส่ระบบการควบคุมการทำงานเข้าไปใหม่ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;record&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;บันทึก , เก็บรักษาข้อมูลไว้ในแฟ้มข้อมูลเป็นต้น ; ระเบียนโครงสร้างของข้อมูล ซึ่งเก็บรวบรวม เรื่อง (field) ต่างๆ ไว้ในระเบียน (record) field แต่ละ field จะมีชื่อของมันเอง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;recover&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กลับไปสู่สถานะที่มั่นคงอีก หลังจากที่เกิดความผิดพลาดหรือความเสียหายขึ้นแล้ว &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;relational database&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ฐานข้อมูลชนิดหนึ่ง ซึ่งเก็บสารสนเทศไว้ในตารางซึ่งประกอบไปด้วย แถว (row) และคอลัมน์ (column) ของข้อมูล และใช้ข้อมูลในคอลัมน์ของตารางหนึ่ง เป็นเครื่องมือสำหรับค้นหาข้อมูลในอีกตารางหนึ่ง ใน relational database นี้ แถว (row) ของตารางจะแทนระเบียน (record) และคอมลัมน์ (column) จะแทน field สมมุติว่า ในตารางที่ 1 มี field ชื่อ LASTNAME , FIRSTNAME , EMPLOYEE-ID ในตารางที่ 2 มี field ชื่อ EMPLOYEE-ID , DEPT , SALARY จะเห็นว่า ฐานข้อมูลสัมพันธ์ (relational database) สามารถเปรียบเทียบ field ที่ชื่อ EMPLOYEE-ID ของทั้งสองตารางเข้าด้วยกัน เพื่อหา สารสนเทศที่ต้องการ เช่น ชื่อสกุล ชื่อตัว รวมทั้งเงินเดือนของลูกจ้างได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;release&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ออก , ออกสู่ตลาด มักใช้กับรุ่น (version) ของโปรแกรมหรือซอฟแวร์ เช่น บริษัทผู้ผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ใช้คำว่า release แทน version (รุ่น) เช่น โลตัส 1-2-3 Release 2.2 ; ปล่อย , ยกเลิกการควบคุมเมื่อใช้กับโปรแกรม เช่น โปรแกรมยกเลิกการควบคุมตอนของหน่วยความจำ ของเครื่องมือ หรือแหล่งระบบอื่นๆ นั่นคือ ปล่อยให้มันปฏิบัติงานต่อไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;remote&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ระยะไกล , จากที่ห่างไกล &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;remote communication&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การปฏิสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกลออกไปโดยผ่านสายโทรศัพท์ หรือสายการสื่อสารอย่างอื่น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;remote terminal&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สถานีปลายสายระยะไกล สถานีปลายสายระยะไกลมักจะต่อเชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง (host computer) ผ่านสายโทรศัพท์และโมเด็ม &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;report&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;รายงาน การเสนอสารสนเทศในเรื่องที่กำหนดหัวข้อให้ ตามปกติจะอยู่ในรูปที่พิมพ์ออกมา &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;reserved character&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;อักษรบนแป้นพิมพ์ใดๆ ซึ่งมีความหมายเฉพาะซึ่งใช้ในโปรแกรม จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำไปใช้เป็นชื่อแฟ้มข้อมูล ชื่อเอกสาร หรือชื่ออื่นใดอีก เช่น เครื่องหมายต่างๆ ได้แก่เครื่องหมายสแลช ( / ) , แบ็คสแลช ( \ ) , ดอกจัน ( * ) , เครื่องหมายคำถาม ( ? ) เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;reserved word&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำสงวน ได้แก่ถ้อยคำซึ่งมีความหมายเฉพาะในโปรแกรม หรือในภาษาโปรแกรม (programming language) คำสงวน เหล่านี้ ได้แก่คำที่ใช้ควบคุมคำสั่งต่างๆ ได้แก่ คำว่า FOR , IF , END เป็นต้น คำเหล่านี้ไม่สามารถนำมาใช้ ตั้งชื่อแฟ้มข้อมูล ตั้งชื่อเอกสาร ชื่อฉลากใด ๆ ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;reset button&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นปุ่มๆ หนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้สำหรับเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่หลังจากที่ปิดไปแล้ว คอมพิวเตอร์ประเภท IBM clone หลายยี่ห้อมีปุ่ม reset ใน Apple Macintosh มีปุ่ม reset เช่นเดียวกัน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;resolution&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ความชัดเจนของรายละเอียดของจอภาพหรือภาพที่พิมพ์ออกมาจากเครื่อง resolution จะมีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับจำนวนจุดสี (pixel)ต่อตารางหน่วย เช่น ต่อตารางนิ้ว หรือต่อตารางเซ็นติเมตรบนจอภาพ resolution คือ จำนวนรวมของ pixel ที่เรียงตัวกันอยู่ในแนวนอนและแนวตั้งบนจอภาพ จำนวน resolution บนจอภาพจะเป็นตัวกำหนดคุณลักษณะของจอภาพ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;resource&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ส่วนใดๆ ของระบบคอมพิวเตอร์หรือของเครือข่ายซึ่งโปรแกรมหรือกระบวนการใดๆ สามารถมีส่วนช่วยให้ส่วนต่างๆ ของคอมพิวเตอร์หรือส่วนต่างๆ ของระบบทำงานได้ในขณะปฏิบัติงาน resource เหล่านี้ ได้แก่ disk drive เครื่องพิมพ์ หรือ หน่วยความจำ เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;resource file&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แฟ้มข้อมูลซึ่งประกอบด้วยข้อมูลจากแหล่งข้อมูล (resource data) และดรรชนีแหล่งข้อมูลนั้น เพื่อบอกแหล่งที่อยู่หรือสังกัดของมัน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;retrieve&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;(อ่านว่า รีทรีฟว) เรียกข้อมูลออกมาใช้งาน คอมพิวเตอร์สามารถเรียกข้อมูลหรือสารสนเทศจากแหล่งข้อมูลใดๆ เช่น จากแผ่นดิสก์ จากหน่วยความจำ ออกมาใช้งานได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Return key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แป้นรีเทอร์น ซึ่งมีคำว่า "Return" อยู่บนแป้น เป็นแป้นที่มีความสำคัญในแป้นพิมพ์ของ Apple เช่นเดียวกับแป้น Enter key ของ IBM และ IBM compatible ชื่อของแป้นว่า "กลับ" มาจากลักษณะของแป้นพิมพ์ดีด ซึ่งเมื่อเคาะแป้นนี้แล้ว แค่พิมพ์จะเลื่อนกลับไปตั้งต้นให้พิมพ์ข้อความบนบรรทัดตรงจุดเริ่มต้นบรรทัดใหม่ แป้นนี้ทำหน้าที่ควบคุมการนำข้อมูลเข้า และคำสั่งอื่นๆ หลายอย่าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้ด้วย และที่สำคัญคือเมื่อพิมพ์คำสั่งแล้วต้องเคาะแป้นนี้ทุกครั้ง คำสั่งใน command line จึงจะเริ่มปฏิบัติงาน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ring network&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครือข่าย local area network (LAN) แบบหนึ่ง ซึ่ง node หรือเครื่องอุปกรณ์ประกอบภายนอกต่างๆ จะต่อเชื่อมโยงกันอยู่เป็นวง ข่าวสารหรือข้อมูลในเครือข่ายจะผ่านจากเครื่องอุปกรณ์เครื่องหนึ่งไปสู่เครื่องหนึ่ง โดยผ่านไปทีละ node ตามลำดับไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;robot&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หุ่นยนต์ หมายถึงเครื่องจักรซึ่งสามารถรับรู้และตอบสนอง ต่อข้อมูลที่นำเข้ามา หุ่นยนต์สามารถแปลความหมายของข้อมูลนั้นแล้วทำการตอบสนองหรือมีปฏิกริยาต่อข้อมูลนั้นโดยอัตโนมัติตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ ดูราวกับว่าหุ่นยนต์นั้นมีความฉลาด หรือมีสมองสำหรับคิดแก้ปัญหาได้เอง โดยที่คนไม่ต้องเข้าไปสั่งการ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;robotics&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;วิชาที่ว่าด้วยการสร้างหุ่นยนต์ เป็นสาขาหนึ่งของวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ในวิชานี้จะต้องใช้ความรู้ด้านวิศวกรรม อิเล็กทรอนิก , วิชาไซเบอร์เนติกส์(cybernetics)วิชาไบโอนิกส์ (bionics) และ artificial intelligence เพื่อนำมาใช้ประกอบกันในการสร้างหุ่นยนต์ให้สามารถทำงานด้วยตนเองได้ มี "มันสมอง" ที่จะคิดได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้นๆ ดูเพิ่มเติมใน cybernetics , bionics และ artificial intelligence &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ROM&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นคำย่อของคำว่า read-only memory คือหน่วยความจำซึ่งบรรจุไว้ด้วยคำสั่งต่างๆ หรือข้อมูลต่างๆ ซึ่งสามารถอ่านออกมาได้ แต่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ROM BIOS&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นคำย่อของคำว่า read-only memory basic Input/output system เป็นซอฟแวร์ชุดหนึ่งในคอมพิวเตอร์ IBM และ IBM clone , ROM BIOS ทำหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานพื้นฐานทางด้านการนำข้อมูลเข้า (input) และการแสดงผลลัพธ์ (output) ของคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;RS-232&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ตัวต่อมาตรฐานสำหรับการสื่อสารโดยการต่อแบบอนุกรมชนิดหนึ่ง ซึ่งรองรับโดย Electrical Industries Association คำว่า RS ย่อมาจาก Recommended Standard เป็นการนิยาม หรือการกำหนดมาตรฐานของสายการสื่อสารสายเดี่ยว สำหรับใช้ในการสื่อสารแบบ serial communications เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการสื่อสารระหว่างเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ ในเครือข่าย หรือในระบบคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;row&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แถวหรือบรรทัด มักใช้ในโปรแกรม spreadsheet ข้อมูลหรือสารสนเทศที่ใส่เข้าไปในลักษณะเป็นบรรทัด หรือเป็นแถวในทางแนวนอน ; จุดของ pixel ที่เรียงกันอยู่ในแนวนอน เป็นต้น ดูเพิ่มเติม column &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ruler&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ไม้บรรทัด ในโปรแกรมประเภท word processor สามารถเรียกไม้บรรทัดหรือ ruler ให้ปรากฏขึ้นมาทางด้านบนหรือด้านซ้ายมือของจอภาพได้ เพื่อวัดว่าจะกำหนดบรรทัดห่างกันอย่างไร กำหนดย่อหน้ามากน้อยอย่างไร กั้นหลังมากน้อยเพียงใด เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;run&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หมายถึงการใช้โปรแกรมให้ทำงาน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;run time&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หมายถึง เวลาที่ต้องการใช้ปรแกรมให้ทำงาน หรือเวลาที่ใช้ในการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งของโปรแกรม &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-2334249591684820442?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/2334249591684820442/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=2334249591684820442' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/2334249591684820442'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/2334249591684820442'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/r.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...R'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-1882802410312543838</id><published>2008-09-01T19:46:00.001-07:00</published><updated>2008-09-01T19:46:41.721-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...Q</title><content type='html'>query&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กระบวนการ "สะกัด" ข้อมูลออกจากฐานข้อมูลและนำมาใช้ประโยชน์ อาจหมายถึงชุดของคำสั่งที่ใช้ในการ "สะกัด" ข้อมูลชนิดหนึ่งชนิดใดเฉพาะอย่างซ้ำๆ กัน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;query by example&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ใช้คำย่อว่า QBE เป็นภาษาคำถามแบบง่ายๆ ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านต่างๆ ของแบบการจัดการฐานข้อมูล โดยการใช้ QBE ผู้ใช้สามารถจะกำหนดหรือเลือกชนิดของ field ให้มาปรากฎบนจอภาพได้ และให้ปรากฎตามแบบหรือลักษณะที่ผู้ใช้ต้องการด้วย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;query language&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นชุดย่อย (subset) ของภาษาที่ใช้จัดการกับข้อมูลชุดหนึ่ง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;quit&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หยุด, เลิก ใช้ในการเลิกใช้โปรแกรม &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;QWERTY keyboard&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แป้นพิมพ์ "เควอร์ที่" เป็นแป้นพิมพ์ชนิดหนึ่งที่วางแป้นตัวอักษรตามแบบ QWERTY หมายถึงแป้นคีแถวที่ 2 ต่อจากแถวตัวเลขทางด้านซ้ายมือ แป้นตัวอักษรในแถวนี้ จะเรียงลำดับกันจากซ้ายมาขวา ได้แก่แป้นตัวอักษร Q W E R T และ Y ตามลำดับ เป็นแป้นพิมพ์มาตรฐานชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้กันแพร่หลายทั่วไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-1882802410312543838?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/1882802410312543838/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=1882802410312543838' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/1882802410312543838'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/1882802410312543838'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/q.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...Q'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-6138556028054754658</id><published>2008-09-01T19:45:00.001-07:00</published><updated>2008-09-01T19:45:59.632-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...P</title><content type='html'>page&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หน้า ในทางคอมพิวเตอร์หมายถึง หน้าเอกสารหนึ่งๆ ที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หน้าเอกสารในคอมพิวเตอร์จะเก็บไว้เป็นตอน (block) ที่มีขนาดจำกัด &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;page break&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เส้นแบ่งหน้าระหว่างหน้าแรกกับหน้าถัดไป ในหน้าเอกสารที่ปรากฎในจอภาพของคอมพิวเตอร์ โปรแกรม word-processing โดยทั่วไปสามารถสร้าง page break ได้โดยอัตโนมัติ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Page Down key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แป้นคีสำหรับเลื่อนเอกสารลง ส่วนใหญ่มักใช้ประโยชน์ได้มากใน โปรแกรม word-processing คือใช้เลื่อนหน้าเอกสารในจอภาพลงไป โดยเลื่อนไปทีละหน้า &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;page layout&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กระบวนการการจัดเตรียมเนื้อเรื่อง (text) และกราฟฟิก (graphics) บนหน้าเอกสาร เป็นการเตรียม รูปแบบของหน้าเอกสารก่อนที่จะพิมพ์ หรือใส่เนื้อเรื่อง หรือรูปภาพลงในหน้าเอกสารนั้นๆ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Page Up key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แป้นคีสำหรับเลื่อนจอภาพขึ้น ส่วนใหญ่ใช้ในโปรแกรม word-processic เพื่อเลื่อนหน้าเอกสารขึ้น โดยเลื่อนขึ้นทีละหน้าจอภาพ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;pagination&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กระบวนการแบ่งหน้าเอกสารออกเป็นหน้าๆ ซึ่งเมื่อพิมพ์ออกมาเป็นฮาร์ดก๊อบปี้แล้ว จะมีลักษณะเป็นหน้าหนังสืออย่างที่เราเห็นเป็นปกติ; กระบวนการใส่เลขหน้าในเอกสาร &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;paint program&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โปรแกรมปฏิบัติการชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถสร้างภาพกราฟฟิกด้วย บิตแมพ (bitmap) ซึ่งใช้จุด (pixel) มาประกอบกันขึ้นเป็นรูปภาพโดยไม่ได้ใช้เส้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;palette&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในโปรแกรมปฏิบัติการวาดภาพ (paint program) หมายถึง แห่งรวมเครื่องมือที่ใช้ในการวาดภาพ เช่น แบบรูปต่างๆ พู่กันระบายสี เส้นต่างๆ ที่มีขนาดความใหญ่ของเส้นแตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ใช้เลือกใช้วาดภาพ เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;paper feed&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การป้อนกระดาษเข้าสู่เครื่องพิมพ์ เป็นกลไกที่จะนำกระดาษเข้าไปสู่เครื่อง เพื่อพิมพ์ข้อความหรือรูปภาพลงบนแผ่นกระดาษนั้น กระบวนการป้อนกระดาษอาจใช้เครื่องกลไกที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเครื่องพิมพ์แต่ละเครื่องหรือแต่ละยี่ห้อ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;paragraph&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในโปรแกรม word-processing เอกสารแต่ละตอนซึ่งเริ่มต้นด้วยย่อหน้าครั้งหนึ่ง เรียกว่า พารากราฟ หนึ่ง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;parallel access&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การเข้าถึงแบบขนาน หมายถึงการเข้าถึงพร้อมๆ กัน ในเวลาเดียวกัน เป็นความสามารถที่จะเก็บหรือเรียกข้อมูลออกมาใช้ ได้ในเวลาเดียวกัน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;parallel interface&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การกำหนดแบบของการถ่ายทอดข้อมูลแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถส่งข้อมูลและบิตการควบคุม (control bit) หลายข้อมูลผ่านสายที่ต่ออย่างขนาน (parallel connected) ได้ในเวลาเดียวกัน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;parallel port&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หัวต่อ (connector) ของ input/output ที่ใช้ในการเสียบต่อกับเครื่องอุปกรณ์ที่เป็นแบบ parallel intetrface &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;parallel processing&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;วิธีการประมวลผลวิธีหนึ่ง ซึ่งสามารถให้คอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผล หรือ processor มากกว่า 1 หน่วยขึ้นไปทำงานพร้อมๆ กัน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;parallel transmission&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การถ่ายทอดสัญญาณของกลุ่มของบิต พร้อมกันทั้งกลุ่มไปตามสายที่แยกกันเป็นสายๆ; ในไมโครคอมพิวเตอร์ หมายถึงการถ่ายทอดสัญญาณไปทีละ 1 ไบต์ หรือ 8 บิต เป็นการถ่ายทอดแบบขนาน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;parameter&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในโปนแกรม หมายถึงค่าตัวแปร (variable) ที่ได้กำหนดขึ้นไว้แล้ว parameter อาจเป็นรูปแบบ ของเนื้อเรื่อง จำนวนตัวเลข หรือชื่อ ซึ่งกำหนดขึ้น และเมื่อได้กำหนดขึ้น สำหรับงานหนึ่งแล้ว ก็สามารถนำเอาไปใช้ในงานอื่นๆ ได้ด้วย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;parity&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คุณภาพของความเป็นอย่างเดียวกัน หรือมีค่าเท่ากัน นำมาใช้กับคอมพิวเดตอร์ หมายถึง วิธีการตรวจสอบความผิดพลาดหรือความบกพร่องของกลุ่มของจำนวนบิต และกลุ่มที่ถูกถ่ายทอดไปโดยไม่มีความผิดพลาด ซึ่งจำนวนตัวเลขหนึ่งจะต้องเป็นอย่างเดียวกันเสมอ หรือเท่ากันเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;parity bit&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;บิตพิเศษ ซึ่งใช้ในการตรวจสอบความผิดพลาดในกลุ่มของบิตข้อมูล ที่ถ่ายทอดไปในระหว่างระบบคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;parity chek&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การใช้ parity ตรวจสอบความแม่นยำในการถ่ายทอดข้อมูล &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Pascal&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาหนึ่ง จัดเป็นภาษาที่บอกวิธีปฏิบัติอย่างย่อๆ เป็นภาษาโครงสร้างซึ่งพัฒนามาจากภาษา ALGOL นิคลอส เวอร์ธ (Niklaus Wirth) ได้พัฒนาภาษานี้ขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2510-2511 เขาดัดแปลงให้มีโครงสร้างของภาษาที่ง่ายขึ้น พร้อมกับเพิ่มเติมแบบของข้อมูลและโครงสร้างเข้าไป แยกชนิดของข้อมูล แฟ้มข้อมูล และระเบียนต่างๆ ออกจากกัน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;password&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;รหัสเฉพาะ ซึ่งใช้เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล เป็นการป้องกันไม่บุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูลเฉพาะของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ขององค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยเฉพาะได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;path&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เส้นทางจากจุดหนึ่งถึงอีกจุดหนึ่ง ในทางการสื่อสาร path เป็นการต่อเชื่อมโยงระหว่าง node สองแห่ง; ในส่วนที่เป็นเนื้อหาของเอกสาร path ได้แก่เส้นทางที่ผ่านแหล่งรวมของสารสนเทศ เช่น ในฐานข้อมูล ในโปรแกรม หรือในที่เก็บแฟ้มข้อมูลบนแผ่นดิสก์ เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Pause key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แป้นคีแป้นหนึ่ง ในแป้นพิมพ์ IBM และ IBM clone ใช้หยุดการทำงานชั่วคราวของโปรแกรมหรือคำสั่ง เช่น ใช้หยุดการเลื่อนหน้าจอเพื่อให้สามารถอ่านข้อความในหน้าใดได้ทันเป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;PC&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำย่อของ personal computer ซึ่งหมายถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของ IBM และ IBM compatible &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;PC-DOS&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นระบบการควบคุมการทำงานระบบหนึ่ง เป็น MS-DOS รุ่นหนึ่ง ซึ่งนำออกจำหน่ายโดย IBM; MS-DOS และ PC-DOS เป็นระบบการควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ฝาแฝด ทั้งสองระบบเกือบไม่มีส่วนที่แตกต่างกันเลย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;peripheral&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หมายถึงเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำมาต่อเชื่อมโยงเข้ากับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องพิมพ์ (printer) โมเด็ม (modem) คันโยก (joystick) และดิสก์ไดร้ว (disk drive) เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;personal computer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล คอมพิวเตอร์เฉพาะไมโครคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ใช้ได้ครั้งละคน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;PGA&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำย่อของคำว่า Profession Graphics Adapter &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;PgDn key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู Page Down key &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;PgUp key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู Page Up key &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;pica&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ไพก้า เป็นหน่วยวัดขนาดของตัวพิมพ์ มีหลายความหมาย เช่น เมื่อใช้กับพิมพ์ดีด ไพก้า หมายถึง ความกว้างคงที่ของตัวอักษรจำนวน 10 ตัว สามารถบรรจุไปในระยะความยาว 1 นิ้วได้พอดี หรือหมายถึงจำนวนของตัวอักษรต่อนิ้ว; ทางการถ่ายรูป ไพก้า หมายถึงหน่วยของการวัดอย่างหนึ่ง ซึ่งมีค่าเท่ากับ 12 พอยน์ หรือประมาณ 1/6 นิ้ว &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;pin&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เข็ม มีลักษณะเป็นแท่งเล็กๆ ซึ่งติดอยุ่กับปลั๊กตัวผู้ สำหรับเสียบเข้ากับปลั๊กตัวเมีย อาจหมายถึงส่วนที่มีลักษณะคล้ายเข็มทั่วๆ ไป เช่น เข็มพ่นหมึก ของเครื่องพิมพ์ประเภท dot-matrix เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;PIN&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นคำย่อของคำว่า personal identification number เป็นรหัสเฉพาะซึ่งกำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นรหัสแทนบุคคล ผู้ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติต่างๆ เช่น เครื่อง ATM สำหรับถอนเงินจากธนาคาร เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;pixel&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;พิกเซล จุดเล็กๆ บนจอภาพ ซึ่งก่อให้เกิดภาพขึ้นบนจอภาพนั้น จุดเหล่านี้เป็นจุดที่เล็กที่สุดที่จอภาพจะสามารถควบคุมได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;pixel image&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ภาพที่เกิดจากพิกเซลซึ่งคอมพิวเตอร์จำได้ และแสดงผลออกมาเป็นสี &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;pixel map&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในทางโปรแกรมกราฟฟิกสี หมายถึงโครงสร้างของข้อมูลซึ่งก่อให้เกิดภาพสี ที่ประกอบด้วบพิกเซลขึ้นมา รวมทั้งกิจลักษณ์ (feature) สีของฟิกเซล จำนวนบิตที่ใช้ในการสร้างพิกเซลแต่ละพิกเซล รูปแบบของคลังข้อมูล มิติ และรีโซลูชั่นของภาพด้วย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;PL/C&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นภาษาโปรแกรม รุ่น (version) หนึ่ง ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยคอร์เนล เพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ประเภท mainframe &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;PL/1&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นชื่อย่อของภาษาโปรแกรมภาษาหนึ่งที่ชื่อว่า Programming Language 1 พัฒนาขึ้นโดย IBM ในระหว่างปี พ.ศ. 2507-2512 โดยการนำเอากิจลักษณ์ที่สำคัญๆ ของภาษา FORTRAN ภาษา COBOL และภาษา ALGOL มาใช้เพื่อพัฒนาภาษานี้ ภาษา PL/1 ยังคงมีใช้อยู่ในสถานศึกษาและสถาบันวิจัยบางแห่ง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;PL/M&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ภาษาโปรแกรมภาษาหนึ่งซึ่งดัดแปลงมาจาก PL/1 และนำมาพัฒนาขึ้นใหม่เมื่อต้นศตวรรษที่ 1970 โดยบริษัท Intel เพื่อใช้กับ ไมโครโพรเซสเซอร์ ภาษา PL/M มีใช้เฉพาะพวกนักเขียนโปรแกรม (programmer) เพื่อใช้สร้างระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์เท่านั้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;plotter&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;พล็อตเตอร์ เครื่องมือใช้สำหรับวาดภาพ (charts) แผนภูมิ (diagram) และภาพที่ใช้เส้นอื่นๆ พล็อตเตอร์ อาจใช้เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายปากกา หรือเครื่องอิเล็กโทรสแตติกและโทนเนอร์ก็ได้ ปากกาชนิดที่เรียกว่า peen plotter นั้นใช้สำหรับเขียนลงบนกระดาษหรือแผ่นโปร่งแสง (transparencies) ได้ทั้งแบบสีเดียวหรือหลายสี ส่วนเครื่องมือที่เรียกว่าอิเล็กโทรสแตติกพล็อตเตอร์ (electrostatic plotter) นั้นใช้วิธีพ่นจุดเล็กๆ ของสีลงบนกระดาษ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;point&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;พอยนท์ เป็นมาตราการวัดขนาดของตัวอักษรที่พิมพ์ออกมา ตามปกติ 1 point จะมีขนาดเท่ากับ 1/72 นิ้ว ดังนั้นตัวอักษรขนาด 10 point จะมีขนาดเท่ากับ 1/72*12=0.17 นิ้ว นอกจากจะใช้กำหนดขนาดของตัวอักษรแล้ว ยังอาจใช้ point กำหนดระยะห่างของขอบเอกสาร และระยะห่างของบรรทัด (leading) ด้วย ในโปรแกรมวีดีโอกราฟฟิก point หมายถึงจุดพิกเซลแต่ละจุดบนจอภาพ หรือจุดซึ่งเป็นตำแหน่งเฉพาะแห่งใดแห่งหนึ่งบนเส้น เป็นต้น เมื่อนำมาใช้เป็นคำกริยา หมายถึง ชี้ เช่น การชี้เม้าส์ ไปที่จุดใดจุดหนึ่งบนจอภาพ เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;port&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;พอร์ต, ท่า, อู่ แหล่งสำหรับส่งผ่านข้อมูลเข้าสู่เครื่อง หรือส่งข้อมูลออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ (คล้ายกับท่าเรือ ใช้สำหรับ ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ หรือรับสินค้าจากต่างประเทศเข้ามา เช่นนั้น) ในไมโครโพรเซสเซอร์ก็มี "ท่า" สำหรับรับข้อมูลเข้าและส่งข้อมูลออกด้วย ในระบบคอมพิวเตอร์จะมี "ท่า" สำหรับต่อเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์ โมเด็ม เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;portable&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เคลื่อนที่ได้ หมายถึงสามารถนำจากที่หนึ่งไปสู่อีกอีกที่หนึ่งได้โดยง่าย เช่น ถือไป หิ้วไป เอาติดตัวไป เช่น portable computer คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ได้ สามารถหิ้วไปหรือถือไปได้ เพราะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สามารถใช้ในขณะเดินทางก็ได้ เช่น เอาตั้งบนตัก &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;portrait mode&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;รุปแบบของเอกสารที่วางรูปในแนวตั้ง คือมีส่วนสูงมากกว่าส่วนกว้าง ดูเพิ่มเติม landscape mode &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Power-on key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แป้นคีแป้นหนึ่งบนแป้นพิมพ์ Apple ADB และ Extended keyboard แป้นนี้ใช้สำหรับเปิดเครื่อง Macintosh II เป็นสวิทซ์สำหรับปิดเปิดเครื่อง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;primary storage&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หมายถึง RAM (random access memory); คลังข้อมูลหลักซึ่งไมโครโพรเซสเซอร์สามารถเข้าถึงได้โดยตรง; main memory &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;print&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;พิมพ์ หมายถึง การส่งข้อมูลไปสู่เครื่องพิมพ์ เพื่อให้เครื่องพิมพ์ พิมพ์ข้อมูลนั้นออกมาบนกระดาษ ซึ่งเรียกว่า ฮาร์ดก๊อปปี้ (hard copy) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;printer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องพิมพ์, พริ้นเตอร์ โดยทั่วไปทางคอมพิวเตอร์ มักจะเรียกเครื่องพิมพ์ว่า พริ้นเตอร์ เพื่อให้แตกต่างจากเครื่องพิมพ์ที่ใช้ด้านอื่นๆ เช่น เครื่องพิมพ์ในโรงพิมพ์ เครื่องพิมพ์ดีด เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Printer Control Language&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักใช้คำย่อว่า PCL เป็นภาษาที่ใช้ควบคุมเครื่องพิมพ์ LaserJet, DeskJet และ Rugged Writer ของบริษัท Hewlett Packard และเนื่องจากเครื่องพิมพ์ LaserJet เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีผู้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ภาษา PCL จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นภาษามาตรฐานในการควบคุมเครื่องพิมพ์ไปโดยปริยาย (de facto standard) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;printer driver&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นซอฟแวร์โปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อปรับโปรแกรมอื่นๆ ให้สามารถทำงานร่วมกับเครื่องพิมพ์เครื่องใดเครื่องหนึ่งได้ เครื่องพิมพ์แต่ละเครื่องหรือแต่ละยี่ห้อ ย่อมมีรหัสและคำสั่งของตนเองในการปฏิบัติงาน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีพริ้นเตอร์ไดร์เวอร์ เพื่อปรับรหัสและคำสั่งต่างๆ ของเครื่องพิมพ์ให้สามารถทำงานร่วมกับ โปรแกรมปฏิบัติการแต่ละโปรแกรมได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-6138556028054754658?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/6138556028054754658/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=6138556028054754658' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/6138556028054754658'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/6138556028054754658'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/p.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...P'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-1461345840694910993</id><published>2008-09-01T19:44:00.000-07:00</published><updated>2008-09-01T19:45:03.655-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...o</title><content type='html'>object&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นคำย่อของคำเต็มว่า object code ซึ่งหมายถึงรหัสที่เครื่องสามารถอ่านได้; ในเรื่องของ object-orient programming หมายถึงตัวแปรอย่างหนึ่งซึ่งประกอบด้วย ทั้งวิธีปฏิบัติงานและข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกันแต่แยกเป็น 2 ส่วน; เป้า &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;object code&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;รหัส ซึ่งแปล source code ให้เป็นภาษาที่เครื่องอ่านได้โดย compiler หรือ assembler &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;object-oriented&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ใช้เป็นคำ adjective ขยายระบบใดๆ หรือภาษาใดๆ ซึ่งสนับสนุนการใช้ตัวแปรที่ประกอบด้วย ทั้งวิธีการปฏิบัติงานและข้อมูล ซึ่งรวมเป็นสิ่งเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า object (เป้า) ดูเพิ่มเติม object &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;object-oriented graphics&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;บางทีก็เรียกว่า กราฟฟิกโครงสร้าง(structured graphics) หมายถึง ภาพกราฟฟิกที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการใช้ construction element เช่น เส้น ส่วนโค้งของวงกลม วงกลม และรูป จตุรัส เป็นต้น object-oriented graphics มีใช้อยู่ในโปรแกรมปฏิบัติการบางโปรแกรม เช่น CAD หรือ computer-aided design และโปรแกรมการวาดรูป และการระบายสีต่างๆ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;object-oriented interface&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นอินเตอร์เฟสของผู้ใช้แบบหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่ผู้ใช้สามารถจะใช้เพื่อติดต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ได้นั้น จะปรากฏขึ้นมาบนจอภาพ เช่น ปรากฏขึ้นมาบนจอภาพ icon (รูปภาพกราฟฟิกรูปเล็กๆ) รูปภาพเล็กๆ หรือ icon นี้สามารถให้ผู้ใช้ติดต่อเข้าสู่การปฏิบัติงานใดๆของระบบได้ เช่น ใช้เมาส์คลิก icon เพื่อเปิดเข้าสู่ไฟล์ที่ต้องการ เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;off-line&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สถานะที่เครื่องมือต่างๆ ไม่สามารถจะติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ได้ หรือเครื่องอุปกรณ์เหล่านั้นไม่สามารถจะใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;online&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่; สามารถติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ได้ หรือสามารถใช้คอมพิวเตอร์บังคับควบคุมได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;open&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เปิด เช่น แฟ้มข้อมูลที่เปิดอยู่ เรียกว่า open file โดยทั่วไปทางคอมพิวเตอร์นำมาใช้หมายถึง "สามารถเข้าถึงกันได้" และไม่ปิด &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;open file&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แฟ้มข้อมูลซึ่งสามารถอ่าน หรือบันทึกข้อมูลได้ หรือสามารถทั้งอ่านข้อมูลออกมาได้และบันทึกข้อมูลเข้าสู่แฟ้มนั้นได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;operating system&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ระบบควบคุมการทำงาน มักใช้คำย่อว่า OS เป็นซอฟแวร์ที่ทำหน้าที่ควบคุม กำหนด และใช้ประโยชน์จากฮาร์ดแวร์ต่างๆ เช่น ใช้ CPU ให้ทำงาน ใช้หน่วยความจำ จำเนื้อเรื่อง (text) ต่างๆ ใช้บริเวณที่ว่างในแผ่นดิสก์เพื่อเก็บข้อมูล ใช้อุปกรณ์ที่ต่อเชื่อมโยงอยู่ภายนอกตัวเครื่อง ให้ปฏิบัติงาน เป็นต้น ระบบควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์เป็นพื้นฐานที่ทำให้ซอฟแวร์ปฏิบัติการ (application software) ชนิดต่างๆ ได้ถูกนำมาติดตั้งไว้ได้ ตัวอย่าง operating system เช่น MS-DOS , OS/2 , Macintosh OS เป็นต้น บน MS-DOS เราสามารถติดตั้งโปรแกรมปฏิบัติงานต่างๆ เช่น word-processing , spreadsheet และอื่นๆ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;optical communications&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การใช้แสงเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร เช่น ใช้สายใยแก้ว (optical fiber) หรือใช้แสงเลเซอร์ (laser) ในการส่งและรับข้อมูล รูปภาพ หรือเสียง เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;optical scanner&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องสแกนภาพโดยใช้แสง เป็นเครื่องมือนำข้อมูลเข้า (input) ชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้แสงไปกระตุ้นอุปกรณ์ ให้กวาดลำแสงไปบนกระดาษ หรือวัสดุอื่นใด เพื่อให้แปลความหมาย ของลักษณะความมืดและความสว่างให้เป็นสัญญาณตัวเลข (digital) ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้สำหรับซอฟแวร์ที่ปฏิบัติหน้าที่; scanner &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Option key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แป้นคี บนแป้นพิมพ์ของ Apple Macintosh เมื่อกดแป้นนี้ร่วมกับแป้นอักษรแป้นอื่นๆ จะทำให้เกิดตัวอักษรหรือเครื่องหมายพิเศษขึ้นมา เช่น อาจเป็นรูปกล่อง รูปตัวอักษรพิเศษที่กำหนดขึ้น เครื่องหมายบอกประเภทเงินตราสกุลต่างๆ หรือเครื่องหมายวรรคตอนพิเศษ เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;OS&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู operating system &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;OS/2&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นระบบควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ระบบหนึ่งที่ใช้กับ PC หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นไมรโครคอมพิวเตอร์ และเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้โพรเซสเซอร์ของ Intel 80286, 80386, 80486, และ Pentium (80586) ระบบควบคุมการทำงาน OS/2 เป็นระบบควบคุมการทำงานประเภท virtual-memory, และ multitasking protected-mode (ดูรายละเอียดในหัวข้อต่างๆ เหล่านี้เพิ่มเติม) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;output&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หน่วยแสดงผลลัพธ์ หรือหมายถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ อาจเป็นผลลัพธ์ที่ส่งไปยังจอภาพหรือพริ้นเตอร์ หรือเป็นผลลัพธ์ที่เก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลในแผ่นดิสก์ หรือส่งไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ก็ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;overwrite mode&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การทำงานในด้านเนื้อเรื่อง (text) อย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อพิมพ์ตัวอักษรลงไป อักษรตัวที่พิมพ์ลงไปใหม่จะไปทับตัวอักษรเดิมตรงจุดที่เคอร์เซอร์ปรากฎ หรืออักษรใหม่จะปรากฎทางด้านซ้ายของเคอร์เซอร์; typeover mode &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-1461345840694910993?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/1461345840694910993/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=1461345840694910993' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/1461345840694910993'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/1461345840694910993'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/o.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...o'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-2405280466048610641</id><published>2008-09-01T19:43:00.000-07:00</published><updated>2008-09-01T19:44:20.113-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...N</title><content type='html'>nano&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักย่อว่า n หมายถึงค่าของจำนวน 10 ยกกำลัง -9 หรือเท่ากับ 1/1,000,000,000 &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;nanosecond&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักย่อว่า ns มีค่าเท่ากับ 1/1,000,000,000 วินาที &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;naturul language&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ภาษามนุษย์ ตามปกติธรรมดา ไม่ใช่ภาษาคอมพิวเตอร์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;network&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครือข่าย คอมพิวเตอร์ในกลุ่มถูกนำมาต่อเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ด้วยสายการสื่อสารโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันและกันได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;network adapter&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องมือสำหรับต่อเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ เข้ากับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อาจมีลักษณะเป็นการ์ด (card) หรือลักษณะอื่นใดก็ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;near-letter-quality&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักใช้คำย่อว่า NLQ เป็นวิธีการพิมพ์อย่างหนึ่ง ซึ่งใช้เครื่องพิมพ์ชนิด dot-matrix ชนิดคุณภาพสูง ตัวอักษรที่ปรากฏบนกระดาษค่อนข้างคมชัดกว่าตัวอักษร ที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ dot-matrix ธรรมดา &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;network control program&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในเครือข่ายการสื่อสารใดๆ และใน mainframe computer หมายถึงโปรแกรมชนิดหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการสื่อสารของเครือข่ายของคอมพิวเตอร์นั้นๆ เช่น ควบคุมสายการสื่อสาร ควบคุมข้อผิดพลาดพกพร่องในการสื่อสาร และการตรวจสอบการถ่ายทอดสัญญาณ เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;network database&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ฐานข้อมูลชนิดหนึ่งในการจัดการสารสนเทศ ซึ่งระเบียนของข้อมูลสามารถต่อเชื่อมโยงกันได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;network operating system&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ระบบควบคุมการปฏิบัติงาน ซึ่งบรรจุ (install) เข้าไว้ใน server ใดๆ ใน LAN สำหรับให้บริการต่างๆ แก่เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ในเครือข่าย &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;node&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ใน LAN หมายถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต่อเชื่อมโยงอยู่กับเครือข่ายและสามารถติดต่อสื่อสารกับเครื่องมืออื่นๆ ในเครือข่ายได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;NTSC&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำย่อของคำว่า National Television System Commitee หมายถึงคณะกรรมการควบคุมมาตรฐานของโทรทัศน์และวีดีโอในสหรัฐอเมริกา &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;NUL&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;อักษรรหัส ซึ่งมีค่าเท่ากับศูนย์ (0) หรือไม่มีอยู่จริง ไม่มีอะไรเลย อักษร NUL คือไม่มีอะไรเลย ว่างเปล่า &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;numeric keypad&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แป้นคีตัวเลข ได้แก่แป้นคีที่อยู่ทางด้านขวามือของแป้นพิมพ์ แป้นพิมพ์ตัวเลขเหล่านี้ใช้สำหรับพิมพ์ตัวเลข เข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ มักเรียกย่อๆว่า keypad &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Num Lock key&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เป็นชื่อย่อของคำว่า Nummeric Lock Key ได้แก่แป้นเปลี่ยนกลับ (toggle key) ชนิดหนึ่ง เมื่อกดแป้นนี้ครั้งหนึ่ง แป้นนี้จะทำให้สามารถใช้ตัวเลขปฏิบัติงานได้ เช่น ใช้คำนวณได้ แต่เมื่อคุณกดแป้นนี้ซ้ำอีกครั้งจะทำให้แป้นเหล่านี้ใช้ไม่ได้ แต่คุณสามารถใช้แป้นที่มีลูกศรอยู่ และเลื่อนเคอร์เซอร์ไปตามทิศทางที่ลูกศรก็ได้ เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-2405280466048610641?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/2405280466048610641/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=2405280466048610641' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/2405280466048610641'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/2405280466048610641'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/n.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...N'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2773839390788688345.post-2290893155962684943</id><published>2008-09-01T19:42:00.000-07:00</published><updated>2008-09-01T19:43:20.455-07:00</updated><title type='text'>คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...M</title><content type='html'>m&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักใช้แทน milli- &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;M&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักใช้แทน mega- &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;machin code&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;รหัสเครื่อง บางทีเรียกว่า machine language เป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ ภาษาระดับสูงที่จะใช้สั่งคอมพิวเตอร์ได้นั้น จะต้องใช้ภาษาที่เรียกว่า compiler แปลให้เป็นภาษาเครื่อง หรือรหัสเครื่องก่อน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;machin language&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู machine code &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;macro&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในโปรแกรมปฏิบัติการ เป็นกิจลักษณ์อย่างหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยการกดแป้นคีเป็นชุดและบันทึกคำสั่งซึ่งเก็บรักษา (save) ไว้ภายใต้รหัสความย่อ (short key code) เมื่อผู้ใช้กดแป้นรหัสไขความย่อ โปรแกรมจะนำคำสั่ง แมคโครออกมา ผู้ใช้สร้างคำสั่งแมคโครขึ้นมาเพื่อประหยัดเวลาในการกดแป้นซ้ำๆ บ่อยๆ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;magnetic disk&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แผ่นดิสก์โดยทั่วไปเป็นแผ่นที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็ก เพื่อให้สามารถเก็บแฟ้มข้อมูลไว้ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;magnetic field&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สนามแม่เหล็ก บริเวณรอบๆ แม่เหล็ก และมีแรงดึงดูดอันเกิดจากแม่เหล็กนั้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;magnetic-ink character recognition&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มักใช้คำย่อว่า MICR (อ่านว่า ไมเคอร์) เป็นแบบการจำตัวอักษรแบบหนึ่ง ใช้วิธีการจำรูปร่างของตัวอักษรได้ด้วยการวัดประจุแม่เหล็กไฟฟ้าในหมึกของตัวอักษร ได้แปลออกมาเป็นรูปร่างตัวอักษรนั้นๆ จำนวนตัวเลขที่พิมพ์ไว้ที่บรรทัดล่างสุดของเช็คธนาคาร มักจะพิมพ์ด้วยหมึกที่มีสารแม่เหล็ก &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;mailbox&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ตู้ไปรษณีย์ พื้นที่ในแผ่นดิสก์ ซึ่งกำหนดไว้ให้ผู้ใช้เครือข่ายการสื่อสารใช้สำหรับรับข่าวสารอีเล็กทรอนิกเมล์ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;mainframe computer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ มีกำลังมากสร้างไว้บนฐานคัสซีส์ (chassis) เพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้าย คอมพิวเตอร์เมนเฟรม มักให้บริการแก่ผู้ใช้บริการพร้อมกันได้หลายคน (multiple users) ผู้ใช้ใช้คอมพิวเตอร์ผ่านสถานีปลายทาง (terminal) คอมพิวเตอร์เมนเฟรมที่มีกำลังมากที่สุดคือ supercomputer คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เหล่านี้มักถูกนำไปใช้ในกิจการของรัฐ ของประเทศ สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ องค์การธุรกิจขนาดใหญ่ และทหาร เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;main memory&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หน่วยความจำหลัก ดู pimary storage &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;male connector&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ปลั๊กตัวผู้ มักมีขาหรือเข็มสำหรับเสียบเข้าไปในปลั๊กตัวเมีย (female cennector) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;management information system&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ระบบสารสนเทศการจัดการ เป็นระบบฐานคอมพิวเตอร์ ในการประมวลผลและการจัดการสารสนเทศ เพื่อให้บริการแก่การปฏิบัติงานในระดับต่างๆ ภายในองค์กร ให้ถูกต้องและเหมาะสม และได้สารสนเทศที่ทันกำหนดเวลาและความต้องการ มักใช้คำย่อว่า MIS &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;manager&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;โดยทั่วไปหมายถึง โปรแกรมใดๆ ซึ่งออกแบบมาเพื่อปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อจัดการกิจกรรมภายในคอมพิวเตอร์ เช่น การควบคุมแฟ้มข้อมูล การเก็บรักษาแฟ้มข้อมูล เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;map&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในทางคอมพิวเตอร์ หมายถึง สิ่งใดๆ ที่ใช้แทนโครงสร้างของวัตถุสิ่งของ เช่น memory map หมายถึงโครงร่างของวัตถุในหน่วยความจำ; symbol map คือรายชื่อและสังกัดของสัญลักษณ์ต่างๆ ในโปรแกรม เป็นต้น; เมื่อใช้ map เป็นคำกริยา หมายถึงการแปลค่าของสิ่งหนึ่งไปสู่อีกค่าหนึ่ง เช่น แปลค่าของวัตถุ 3 มิติ ในคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เป็นค่าของวัตถุสองมิติในรูปทรงกลม เป็นต้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Mark 1&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เครื่องจักรที่ใช้ในการคำนวณเครื่องหนึ่ง ซึ่งสร้างขึ้นมา เมื่อปี พ.ศ. 2473 ตอนปลายๆปี จนถึงต้นปี พ.ศ. 2483 ตัวเครื่องประกอบด้วยชิ้นส่วนที่เป็นอีเล็กทรอนิก และเครื่องกลไกต่างๆ มีชื่อว่า Automatic Sequnce Controlled Calculator หรือเรียกว่า Havard mark1 ผู้ออกแบบคือ Haward Aiken แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้สร้างคือ IBM มีขนาดยาวประมาณ 50 ฟุต และสูง 8 ฟุต เครื่องจักรนี้สามารถคำนวณค่าทางคณิตศาสตร์ได้ถึง 23 หลัก เครื่องนำข้อมูลเข้า (input) และเครื่องแสดงผลลัพธ์ (output) ควบคุมโดยบัตรเจาะรู (punched paper) การปฏิบัติงานควบคุมโดยกระดาษม้วนเจาะรู (punched paper tape) เครื่อง Mark 1 เริ่มให้บริการได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2487 เป็นต้นมา &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;master file&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในชุดของแฟ้มฐานข้อมูล แฟ้ม master file ได้แก่ แฟ้มข้อมูลที่เก็บสารสนเทศต่างๆ ไว้เป็นการถาวร เกี่ยวกับเรื่องหลักๆ เป็นเรื่องสำคัญของฐานข้อมูล ข้อมูลย่อ และคีฟีลด์ (key field) ที่สำคัญๆ ของแฟ้มข้อมูลนั้น &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;matching&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;กระบวนการทดสอบข้อมุลสองชุด ที่มีความเหมือนกัน หรือกระบวนการค้นหาข้อมูลใดๆ ที่มีลักษณะเหมือนกับข้อมูลที่มีอยู่ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;matrix&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ในวิชาคำนวณและคณิตศาสตร์ หมายถึงการจัดแถวและคอลัมน์ สำหรับใช้ในการจัดระบบหัวข้อใดๆ เช่น จำนวนตัวเลข จุด ห้องเซลของบัญชี เป็นต้น ในทางคอมพิวเตอร์ matrix ได้ถูกนำมาใช้ในการจัดชุดของข้อมูล ลงในแบบฟอร์มที่เป็นตาราง ในฮาร์ดแวร์ matrix ของจุดใช้ในการสร้างตัวอักษรบนจอภาพ และในการพิมพ์ชนิดที่เรียกว่า dotmatrix &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;matrix line printer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู line printer &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Mb&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เท่ากับ megabit &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;MB&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เท่ากับ megabyte &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;MCGA&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำย่อของคำว่า Multi-Color Graphics Array เป็น video adapter ชนิดหนึ่งที่ใช้กับ IBM PS/2 Model 25 และ 30 MCGA มีคุณภาพดีเท่าๆกับ CGA (Color/Graphics Adapter) สามารถทำงานทางกราฟฟิกได้ 2 ชนิด คือ 640*480 pixel 2 สี เลือกจากตัวอย่างสี 262,144 สี &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;meg&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;คำย่อของคำว่า megabyte เช่น พูดว่า 60-meg harddisk &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;mega&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เท่ากับ 1,000,000 มักใช้ย่อว่า M ในทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้เลขฐาน 2 mega- ของเลขฐาน 2 จะมีค่าเท่ากับ 1,048,576 ซึ่งเท่ากับ 2 ยกกำลัง 20 &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;megabit&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ใช้ย่อว่า Mb หรือ Mbit มีค่าเท่ากับ 1,048,576 บิต และมักจะพูดโดยประมาณว่า 1 ล้านบิต &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;megahertz&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ใช้ย่อว่า MHz การวัดความถี่ของคลื่น มีค่าเท่ากับ 1,000,000 รอบต่อวินาที &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;memory&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หน่วยความจำ วงจรซึ่งสามารถเก็บสารสนเทศเอาไว้ได้ และสามารถเรียกสารสนเทศเหล่านั้นออกมาใช้ประโยชน์ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;memory cartridge&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หน่วยความจำที่นำมาต่อเชื่อมโยงเพิ่มเติมเข้ากับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นชิพ RAM (random access memory) ซึ่งสามารถใช้เก็บข้อมูลและโปรแกรมได้ memory cartridge จะถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ (portable computer) เพราะว่ามีน้ำหนักเบา มีขนาดเล็ก แทนดิสก์ไดร้ว memory cartridge ตามปกติเป็นแบบ non-volatile คือเมื่อไฟฟ้าดับข้อมูลก็ไม่ลบไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;memu&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;รายการ ซึ่งมีตัวเลือกให้ผู้ใช้โปรแกรมสามารถเลือกใช้กิจลักษณ์ต่างๆ ได้ตามต้องการ มักใช้ทับศัพท์ว่า เมนู &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;memu bar&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แถบรายการ แถบซึ่งปรากฎบนจอภาพด้านบน ซึ่งมีรายการให้ผู้ใช้โปรแกรมเลือกใช้ได้ตามความต้องการ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;merge&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;การรวมหัวข้อตั้งแต่สองชุดขึ้นไปเข้าด้วยกัน โดยไม่ทำให้ระบบหรือโครงสร้างของหัวข้อนั้นเสียไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;message&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ข่าวสาร ในทางสารสนเทศ หมายถึง หน่วยของสารสนเทศ (information) ซึ่งถ่ายทอดไปโดยวิธีอิเล็กทรอนิก จากเครื่องมือหนึ่งไปสู่เครื่องหนึ่ง ความหมายของคำว่า message อาจแตกต่างกันตามลักษณะที่นำไปใช้ เช่น อาจหมายถึงข้อมูล ข่าวสาร หรือสารสนเทศก็ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;MHz&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู megahertz &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;MICR&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู magnetic-ink character recognition &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;micro&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;จุล, เล็กมาก ในทางคอมพิวเตอร์ นำมาใช้ว่า microcomputer หมายถึงคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กมาก, คอมพิวเตอร์จิ๋ว; micro = 1/1,000,000 เช่น microsecond = 1/1,000,000 วินาที &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;microchip&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู integrated circuit &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;microcomputer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ไมโครคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยชิพ microprocessor เพียงตัวเดียว มีกำลังน้อยกว่าคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ เช่น minicomputer, mainframe เป็นต้น แม้กระนั้นก็ตามไมโครคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันก็มีกำลังสูงและมีความสามารถมาก สามารถทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อนได้เป็นอย่างดี &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;microfiche&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ไมโครฟิช แผ่นฟิล์มโปร่งแสง มีขนาดประมาณ4*6 นิ้ว ใช้ในการเก็บข้อมูลประเภทรูปภาพ กราฟฟิกหรือเนื้อเรื่อง (text) ได้เช่นเดียวกับเก็บเอกสารลงบนหน้ากระดาษ แต่เนื่องจากมีขนาดเล็ก จำทำให้ประหยัดเนื้อที่ลงได้มาก และเมื่อต้องการใช้ ก็นำไปอ่านด้วยเครื่องอ่าน ซึ่งจะขยายรูปภาพหรือเนื้อเรื่องให้สามารถอ่านได้ชัดเจน ไม่สามารถอ่านไมโครฟิชด้วยตาเปล่าได้ เพราะมีขนาดเล็กเกินไป &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;microfilm&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ไมโครฟิล์ม แถบฟิล์มยาวคล้ายฟิล์มภาพยนตร์ ใช้เก็บข้อมูลประเภทรูปภาพและเนื้อเรื่อง (text) ไว้เป็นม้วน เวลาอ่านใช้เครื่องอ่านไมโครฟิล์ม ซึ่งจะขยายขนาดภาพหรือเนื้อเรื่องให้อ่านได้ชัดเจน &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;microfloppy disk&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;แผ่นดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ Apple Macintosh และใช้กับ IBM PS/1 และ PS/2 เป็นต้น แผ่นดิสก์ชนิดไมโครฟลอปปี้ ทำด้วยสารจำพวก Mylar เคลือบด้วยแม่เหล็กออกไซด์ (ferric oxide) และหุ้มด้วยกล่องพลาสติก แผ่นดิสก์ชนิดนี้โดยทั่วไปเก็บข้อมูลได้ 1.44 MB &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;microform&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;สื่อจำพวกไมโครฟิช ไมโครฟิล์ม เป็นต้น ซึ่งใช้สำหรับเก็บข้อมูลประเภทเนื้อเรื่องหรือภาพ โดยการย่อส่วนลงไป เพื่อประหยัดเนื้อที่ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;microprocessor&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;หน่วยประมวลผลกลาง (central processing unit) หรือ CPU ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นวงจรรวมอัดตัวกันอยู่ในชิพเพียงอันเดียว microprocessor แบบใหม่สามารถอัดเอา transistor ไว้ในวงจรรวมได้มากกว่า 1,000,000 ตัว microchip มีขนาดประมาณ 1 ตารางนิ้วเท่านั้น microprocessor ทำหน้าที่เป็นหัวใจอขง PC ทีเดียว &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;microsecond&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;เท่ากับ 1/1,000,000 วินาที หรือเท่ากับ 10 ยกกำลัง 6 วินาที ดู micro &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Microsoft DOS&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู MS-DOS &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Microsoft Windows&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู Window &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;MIDI&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;อ่าน มิดดี้ เป็นคำย่อของคำว่า Musical Intrument Digital Interface นับเป็นอินเตอร์เฟสชนิดมาตรฐาน ซึ่งต่อแบบอนุกรมกับคอมพิวเตอร์ ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเล่นเสียงดนตรีได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;milli&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ใช้ตัวย่อว่า m หมายถึง 1/1,000 เช่น millisecond = 0.001 วินาที &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;millisecond&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;ดู milli &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;minicomputer&lt;br /&gt;หมายถึง : &lt;br /&gt;มินิคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง มีสมรรถนะและกำลังมากกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ แต่น้อยกว่า mainframe &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2773839390788688345-2290893155962684943?l=emo-yumi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://emo-yumi.blogspot.com/feeds/2290893155962684943/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=2773839390788688345&amp;postID=2290893155962684943' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/2290893155962684943'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2773839390788688345/posts/default/2290893155962684943'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://emo-yumi.blogspot.com/2008/09/m.html' title='คำศํพท์คอมพิวเตอร์หมวด...M'/><author><name>emo_yumi</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17347740994678475683</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='09378153746584066181'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry></feed>