วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551


วันนี่..ยูมิมีเรื่องดีดีมาบอกน่ะ

สำหรับสาว.....สาว

เลยละ ลองอ่านกานดู



การที่คนเราจะตัดสินใจคบกับใครสักคนนั้นอย่างจริงจังนั้น ก็เท่ากับว่าเราอยากที่จะเป็นคนที่รู้ใจเขาที่สุด แต่สาว ๆ พึงระวังพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะหนุ่ม ๆ เค้าเห็นว่าไม่เวิร์ค


โทรจิกได้ทุกทีที่ผมอยู่คนเดียว ประมาณว่าถ้าแยกจากกันเมื่อไหร่เป็นต้องโทรมาถามว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไร อยู่กับใคร รายไหนที่หนักหน่อยก็อาจจะมีถึงขั้นให้คนรอบข้างมายืนยัน อันนี้ไม่ไหว ไม่ได้อยากมีแม่เพิ่มนะครับ


เลิกซะทีกับคำตอบ "แล้วแต่ค่ะ"เพราะว่ามันเป็นกลางเกินไป การที่คุณอยากจะเอาใจเขาด้วยการยอมตามเขาทุกอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะบางครั้งเขาก็ไม่ได้อยากรู้สึกเหมือนคุยกับหุ่นยนต์นะจ๊ะ ทางที่ดีถามอะไรก็ออกความคิดเห็นบ้างก็ดี


บ้าช้อปไม่ลืมหูลืมตา ไม่ว่ามีของขายที่ไหนก็ขอให้คุณได้ไปกับเขาด้วยเถอะ แถมยังเป็นพวกความสามารถพิเศษช้อปได้ตั้ง 10 โมงเช้ายัน 3 ทุ่มครึ่งคุณก็ไม่หวั่น ซึ่งอันนี้หนุ่ม ๆ เขารับไม่ค่อยจะได้อ่ะนะ แหม ..... ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าหนุ่ม ๆ น่ะเขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ไอ้เรื่องช้อปปิ้งเนี่ย (ถ้าไม่หนุ่มก็ว่าไปอย่าง)



อย่าคาดหวังกับเรื่องโรแมนติกให้มากจนเกินไป จริงอยู่ที่ว่าผู้ชายบางคนก็แสนจะโรแมนติกรู้จักเอาใจผู้หญิงของเขาด้วยวิธีการแสนน่ารักต่าง ๆ นานา แต่ก็แค่บางคนเท่านั้น ไม่ใช่ว่าผู้ชายจะเป็นเหมือนกันหมดซะเมื่อไหร่ ดังนั้นสาว ๆ อย่าคาดหวังให้เขาโรแมนติกเกินไปนัก เพราะพวกเขาคิดว่าถ้ามันมาจากใจของเขามันจะดีกว่าที่เขาต้องทำเพราะคุณอยากให้เขานะ


ขี้บ่นได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องไม้จิ้มฟันยันเรื่องระดับชาติ ยิ่งบ่นตอนที่นั่งอยู่บนรถด้วยกันหนุ่ม ๆ ยิ่งเซ็งไปกันใหญ่ เพราะเวลาขับรถเขาเองก็ต้องการสมาธิเหมือนกัน แค่ขับรถอย่างเดียวก็แทบจะไม่ไหวแล้วนี่ยังจะต้องให้เขามานั่งทนคุณบ่นด้วยหรือนี่



คนล้มอย่าข้าม เขาทำผิดก็อย่าซ้ำเติมกันนักเลย จริงอยู่ที่ว่าผู้ชายเป็นประเภทเชื่อมั่นในความคิดตัวเองสูง บางครั้งการที่เขาจะทำอะไรสักอย่าง เขาจึงเดินหน้าอย่างไม่มีถอยแม้ว่าคุณจะเคยเตือนเขาแล้วก็ตาม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาพลาดแล้วคุณยิ่งไปซ้ำเติมเขาว่า เห็นมั้ยล่ะ บอกแล้วไม่เชื่อ เป็นไงได้เรื่องเลย หรืออะไรประมาณนี้ แม้ว่ามันอาจจะดูไม่แรงสำหรับคุณ แต่สำหรับคนในอารมณ์นั้น มันก็แรงเอาเรื่องอยู่นะคะ


สาว ๆ อ่านแล้วก็พยายามลด ละ ซะนะจ๊ะ เพราะบางอย่างนอกจากมันจะทำให้หนุ่ม ๆ เซ็งแล้ว มันยังทำให้คุณดูไม่ดีด้วย (ขี้บ่นไง) รีบกลับตัวซะก่อนที่หนุ่ม ๆ จะหนีหน้าไปกันหมดนะจ๊ะ

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2551

วันนี้ ยูมิมีความรู้เกี่วยกับคอมพิวเตอร์มาฝากน่ะ......ลองอ่านกันดู





เมนบอร์ด



เมนบอร์ดคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป (ในรูป ASRock KT400A)


เมนบอร์ด (mainboard) หรือ มาเธอร์บอร์ด (motherboard) เป็น
แผงวงจรหลักของระบบคอมพิวเตอร์
สำหรับเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยทั่วไปจะประกอบด้วย หน่วยประมวลผลกลาง, ไบออส และหน่วยความจำหลัก พร้อมช่องให้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้ทั้งอุปกรณ์เสริมภายในและอุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อจากภายนอก
ในบางประเทศ โดยเฉพาะใน
โฆษณาขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล นิยมใช้ศัพท์แสลงเรียกเมนบอร์ดว่า mobo (โมโบ) โดยเป็นคำย่อจาก motherboard

รูปแบบ


PC/XT เป็นรุ่นบุกเบิกสร้างขึ้นโดยบริษัท IBM
AT (Advance Technology) มีชื่อในยุค 386 แต่ตกรุ่นเมื่อมีรุ่น ATX
ATX เป็นรุ่นที่เป็นที่นิยมจวบจนยุคปัจจุบัน
ETX ใช้ใน embedded systems
LPX ถูกออกแบบโดย Western Digital
BTX (Balanced Technology eXtended) เป็นเมนบอร์ดรุ่นใหม่ที่ถูกนำเสนอโดย Intel
Mini-ITX (VIA Epia)ถูกออกแบบโดย VIA
WTX (Workstaion Technology eXtended) เป็นเมนบอร์ดสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่






เมนบอร์ด (Mainboard, mother board) หรือ แผงวงจรหลัก เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่อยู่ภายในเครื่อง เมื่อเปิดฝาเครื่องออกมาจะเป็นแผงวงจรขนาดใหญ่วางนอนอยู่ นั่นคือส่วนที่เรียกว่า "เมนบอร์ด"ส่วนประกอบหลักที่สำคัญบนเมนบอร์ดคือ


ซ็อคเก็ตสำหรับซีพียู
ชิปเซ็ต (Chip set)
ซ็อคเก็ตสำหรับหน่วยความจำ
ระบบบัสและสล็อต
Bios
สัญญาณนาฬิกาของระบบ
ถ่านหรือแบตเตอรี่
ขั้วต่อสายแหล่งจ่ายไฟ
ขั้วต่อสวิทช์และไฟหน้าเครื่อง
จัมเปอร์สำหรับกำหนดการทำงานของเมนบอร์ด
ขั้วต่อ IDE
ขั้วต่อ Floppy disk drive
พอร์ตอนุกรมและพอร์ตขนาน
พอร์ตคีย์บอร์ดและเมาส์
พอร์ต USB




การพิจารณาคุณสมบัติของเมนบอร์ด

ประเด็นสำคัญในการเลือกเมนบอร์ดที่ดีในปัจจุบันคือสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี่


Form Factors หมายถึงลักษณะโครงสร้างของเมนบอร์ด ทั้งรูปร่างและขนาด ซึ่งแต่เดิมจะเป็นแบบที่เรียกว่า AT หรือไม่ก็แบบ Baby AT (คือ AT ที่ลดความยาวลงมาในขณะที่ความกว้างเท่าเดิม) ส่วนมาตรฐานใหม่คือ ATX ซึ่งเป็น Baby AT ที่กลับทางจากเดิม คือมีการวางแนวสล็อตและหน่วยความจำใหม่ให้อยู่ใกล้ ๆ กันจะได้ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดีไม่มีปัญหา รวมทั้งการระบายความร้อนก็ดีขึ้นเนื่องจากกำหนดให้อยู่ใกล้กับแหล่งจ่ายไฟทีมีพัดลมอยู่ (ตัวเครื่องหรือ Case ก็จะต้องเป็นแบบ ATX ด้วยจะใส่กันได้ลงตัว) รวมทั้งขั้วต่อแหล่งจ่ายไฟแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิมแนวโน้มในอนาคตจึงควรเลือกใช้เมนบอร์ดแบบ ATX โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับซีพียูความเร็วสูง ๆ


Bios ควรจะเป็น flash BIOS ซึ่งสามารถ upgrade ได้เสมอด้วยซอฟต์แวร์ โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนชิป


มีซอฟต์แวร์ สำหรับดาวน์โหลดมา Upgrade ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานอยู่ เพื่อแก้ข้อผิดพลาดหรือเพิ่มเติมส่วนที่ยังไม่มีรองรับในระบบปฏิบัติการ เช่น ใน Windows 95 ยังไม่มีไดรเวอร์สำหรับอุปกรณ์ UDMA (Ultra DMA) และ USB (Universal Serial Bus) ซึ่งเมนบอร์ดที่ดีควรจะมีไดรเวอร์เหล่านี้มาให้หรือให้ดาวน์โหลดได้ด้วย


มีคู่มือที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งทีสำคัญมากของเมนบอร์ด เพราะถ้าไม่มีก็แทบไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเลือกต่าง ๆ ได้เลย เมื่อต้องการเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ ๆ เข้ามาหรือเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบต่างๆ เช่นเพิ่ม RAM หรือเปลี่ยนซีพียู (เพราะจะไม่สามารถกำหนดการทำงานให้ตรงกับที่ต้องการได้ทั่งนี้รวมถึงการ Overclock ด้วยนอกจากนี้ถ้าคู่มือมีรายการข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่แสดงด้วยเสียงก็จะยิ่งดีเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีมาตรฐานและจำเป็นสำหรับเวลาที่มีปัญหาเกิดขึ้นจะได้วิเคราะห์ได้ตรงจุด


มีข้อมูลสำหรับการ Upgrade เมนบอร์ด เพื่อให้สามารถใช้กับส่วนประกอบใหม่ ๆ ได้ เช่น เมื่อตอนเริ่มแรกอาจไม่รองรับ Pentium III เพราะยังไม่มีอยู่ แต่ในอนาคตควรจะมีวิธีปรับให้เหมาะสมได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ควรจะได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551



ประวัติความเป็มาของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย



เครือข่ายอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยในระยะเริ่มต้น ตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์สำหรับการวิจัยและพัฒนาที่มีชื่อว่าเครือข่ายไทยสาร (ThaiSARN : The Thai Social/Sceientific, Academic and Research Network) ก่อตั้งขึ้นราวเดือน เมษายน 2535 โดยมีการเชื่อมต่อเครือข่ ายคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค (NECTEC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ มหาวิทยาลัยที่เชื่อมต่อในระยะเริ่มต้น ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) มหาวิทยาลัยธรรมศ าสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยได้รับเงินอุดหนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) โดยสนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นแม่ข่าย (Server) อุปกรณ์การสื่อสารระบบเครือข่าย พร้อมการเช่าสัญญาณสายสื่อสารจาก มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปยังเนคเทค



เครือข่ายไทยสารนี้สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ครั้งแรกเมื่อเดือน สิงหาคม 2535 โดยผ่านทาง Gatewayที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ดำเนินการโดยสำนักวิทยบริการ) และการเชื่อมต่อไปอินเตอร์เน็ตนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเป็นค่าเช่าวงจรต่าง ประเทศแต่เพียงผู้เดียว (ในระยะเริ่มแรกเชื่อมต่อด้วยความเร็ว 9,600 bps เสียค่าเช่าประมาณปีละ 2.5 ล้านบาท) ต่อมาเมื่อมีการใช้งานมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2536 เนคเทค ได้เช่าวงจรเป็น Gateway ที่สองของประเทศไทยที่ออกไปสู่อินเตอร์เน็ต และในปัจจุบันได้มี Gateway ออกไ ปสู่อินเตอร์เน็ตเพิ่มเติมอีก เช่นที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งเป็น Gateway แรกที่เปิดบริการอินเตอร์เน็ต สำหรับภาคเอกชนในประเทศไทย



ในปัจจุบันมีศูนย์บริการอินเตอร์เน็ต (Internet Service Provider) สำหรับประชาชนทั่วไปมากมาย

เครือข่ายไทยสารได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยของรัฐเกือบทุกมหาวิทยาลัย ได้เข้าเชื่อมต่อกับไทยสารและสามารถออกสู่อินเตอร์เน็ตได้แล้ว ซึ่งในขั้นต่อไป ก็ได้มีความพยายามจะขยายเครือข่ายไทยสารอินเตอร์เน็ต ออกไปให้ครอบคลุมสถาบันการศึกษาอื่น ๆ อีก เช่น สถาบันราชภัฏ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และ โรงเรียนมัธยม



การเชื่อมต่อเครือข่ายของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ กับไทยสาร จะอยู่ที่ความเร็วที่แตกต่างกัน และผ่านช่องทางการสื่อสาร (communication channel) ที่แตกต่างกัน ความเร็วอาจจะเป็นที่ 9,600 bps, 19.2 Kbps, 64 Kbps และใช้ช่องทางการสื่อสาร ตั้งแต่การหมุนผ่านสายโทรศัพ ท์ (Dial-up) หรือใช้วงจรเช่า (Leased line) ขององค์การโทรศัพท์ หรือการบริการจากภาคเอกชน หรือใช้ดาวเทียม เป็นต้น
เนื่องจากในปัจจุบันตั้งแต่ปีงบประมาณ 2540 เป็นต้นไป การใช้งานบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในระดับมหาวิทยาลัยของรัฐเริ่มจะอยู่ตัว และมีการใช้งานกว้างขวางมากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องขยายเส้นทางการสื่อสารให้กว้างขึ้นเป็น 64 Kbps เป็นอย่างน้อย ประกอบกับทางเนคเทค ได้รับเงินสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินลดลง จึงได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ใช้ในเครือข่ายไทยสาร เพื่อหาแนวทางความร่วมมือกันออกค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อสู่อินเตอร์เน็ต โดยมหาวิทยาลัยจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการเชื่อต่อสมทบให้เนคเทคปีละ 240,000 บาท สำหรับการเชื ่อมต่อที่ความเร็ว 64 Kbps

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551


ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลก่อให้เกิดประโยชน์มากมายได้แก่


- ด้านการติดต่อสื่อสาร เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการพูดคุยด้วยการส่งสัญญาณภาพและเสียง- เป็นระบบสื่อสารพื้นที่จำลอง (Cyberspace) ไม่มีข้อจำกัดทางศาสนา เชื้อชาติ ระบบการปกครอง กฎหมาย

- มีระบบการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

- สามารถค้นหาข้อมูลในด้านต่างๆ ได้ผ่านบริการ


- การบริการทางธุรกิจ เช่น สั่งซื้อสินค้า หรือการโฆษณาสินค้าต่างๆ

- การบริการด้านการบันเทิงต่างๆ เช่น การดูภาพยนตร์ใหม่ๆ การฟังเพลง ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต การเกมออนไลน์ เป็นต้น



โทษของอินเตอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหายข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งซื้อขายประกาศของผิดกฏหมาย,ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่าง

- อินเตอร์เน็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก

- มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก

- ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี ทำให้การค้นหากระทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

- เติบโตเร็วเกินไป

- ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง

-กลั่นแกล้งจากเพื่อนใหม่ - ถ้าเล่นอินเตอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้

- ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ

- ขณะที่ใช้อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เทคนิคการ...กรีดอายไลเนอร์....ให้ปิ้งสมใจ

อย่าคิดว่าเขียนอายไลเนอร์แค่ลากเส้นขอบตาก็เสร็จแล้ว แต่ว่ายังมีวิธีเขียนอีกเยอะมาก
เพราะตาของเราแต่ละคนไม่เหมือนกันแต่ที่เชื่อก็คือฝึกเขียนบ่อยๆคุณจะเริ่มค้นหาว่าตัวเอง
เหมาะกับแบบไหนมากที่สุด


Q : ตาสองชั้นแต่หลบใน เขียยังไงให้อายไลเนอร์เห็นชัดขึ้นคะ
A : กรัดตาตามรูปตา เริ่มจากหางตาไปจนถึงหัวตา แล้วตวัดปลายหางตาขึ้นเล็กน้อย ให้เห็นชั้นตาชัดขึ้น ความหนาของเส้นไม่ต้องเล็กมาก จะได้ไม่ทับชั้นตา การแต่งแบบนี้จะทำให้ชั้นตาเด่นขึ้น เหมือนสไตล์สาวเกาหลีเลย


Q : ตากลมโตอยู่แล้ว อยากเขียนอายไลเนอร์ให้มีพลังมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

A : เริ่มกรีดจากจากหางตาไปจนถึงหัวตา แล้วเขียนเชื่อมต่อลงมาถึงขอบตาล่าง โดยที่ขอบตาล่างให้เขียนเพียงครึ่งเดียวหรือสามส่วนสี่ของตาดำ ตาที่กลมโตก็จะยาวและเรียวขึ้น ดวงตาจะดูหวานขึ้น ความหนาอย่าให้บางมาก แต่จะลงน้ำหนักที่บริเวณปลายตายบน และล่าง


Q : เป็นสาวหมวยตาตี่ แต่อยากให้ตัวเองเปรี้ยวขึ้น และสาวขึ้นกว่าเดิม

A : สาวที่มีตาเล็กควรเขียนตาแบบอินเนอร์ไลเนอร์ คือกรีดตาตามรูปตาบนและล่าง เริ่มจากหางตาไปถึงหัวตา แล้วเชื่อมต่อลงมาถึงขอบตาล่างจากปลายหางตามาที่หัวตา โดยการลงเส้นให้เขียนชิดขอบตาด้านในมากที่สุด เพื่อให้ดูเปรี้ยวอย่างสาวโบฮีเมียน